Home Assistant

4.4บ้านและการตกแต่งอัปเดตเมื่อ 7 ตุลาคม 2569

Home Assistant icon
โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot

ข้อดี

  • ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮมหลายยี่ห้อได้จากแอปเดียว
  • ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติและฉากที่ตั้งค่าไว้ได้
  • ดูสถานะอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ได้จากระยะไกล
  • ปรับแต่งแดชบอร์ดให้เหมาะกับการใช้งานได้
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลในเครื่อง

ข้อเสีย

  • ต้องมีเซิร์ฟเวอร์ Home Assistant ที่ตั้งค่าไว้ก่อน
  • การติดตั้งและตั้งค่าเริ่มต้นอาจซับซ้อนสำหรับมือใหม่
  • อุปกรณ์บางรุ่นอาจต้องติดตั้งส่วนเสริมหรือปรับแต่งเพิ่มเติม
  • หน้าตาและเมนูอาจไม่ใช้งานง่ายเท่าแอปบ้านอัจฉริยะทั่วไป
  • ฟีเจอร์และความเสถียรขึ้นอยู่กับเซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายที่บ้าน
โฆษณา

Mobexerวิเคราะห์โดย Mobexer

ถ้าคุณกำลังเลือกแอปไว้ควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน สิ่งแรกที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ว่าแอปไหนมีปุ่มสวยที่สุด แต่คือคุณอยากให้การควบคุมทั้งหมดผูกอยู่กับระบบเดียวหรือไม่ Home Assistant เป็นแอปสำหรับบ้านและการตกแต่งจาก Open Home Foundation (OHF) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน้าจอพกพาสำหรับระบบ Home Assistant ที่คุณตั้งค่าไว้แล้ว จุดเด่นจึงไม่ใช่การเริ่มต้นบ้านอัจฉริยะให้เสร็จในไม่กี่แตะ แต่เป็นการเข้าถึงและจัดการบ้านของตัวเองจากโทรศัพท์

ผมมองว่าแอปนี้เหมาะกับคนที่มีอุปกรณ์หลายประเภทและต้องการรวมการใช้งานไว้ในที่เดียว มากกว่าคนที่ซื้อหลอดไฟหรือปลั๊กเพียงชิ้นเดียวแล้วอยากได้แอปที่พร้อมใช้ทันที ประสบการณ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ Home Assistant ของคุณด้วย หากคุณยังไม่ได้ใช้งานระบบนั้น แอปนี้อาจดูไม่เป็นมิตรเท่าแอปที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ทำมาให้โดยตรง แต่ถ้าคุณมีระบบพร้อมแล้ว การควบคุมผ่านมือถือก็เป็นเหตุผลที่น่าสนใจ

เลือกจากวิธีที่คุณอยากจัดการบ้าน

แอปนี้เหมาะกับคนที่มีระบบ Home Assistant อยู่แล้ว

ก่อนติดตั้ง ผมแนะนำให้แยกสองเรื่องออกจากกัน: การมีแอปบนโทรศัพท์ กับการมีระบบบ้านที่แอปใช้เชื่อมต่อ แอปทางการนี้เป็นทางเข้าสำหรับ Home Assistant ไม่ใช่ตัวแทนการตั้งค่าอุปกรณ์ทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณเปิดใช้งานระบบไว้แล้ว แอปช่วยให้เข้าถึงบ้านได้เมื่ออยู่นอกบ้านด้วย แต่การเตรียมระบบและการจัดวางสิ่งที่ต้องการควบคุมยังเป็นส่วนที่ผู้ใช้ต้องใส่ใจ

จุดนี้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจสำคัญกว่าคะแนนหรือจำนวนผู้ใช้ หากคุณชอบปรับแต่งและยอมใช้เวลาจัดระบบเพื่อให้ตรงกับบ้าน แอปก็มีโอกาสเข้ากับวิธีคิดของคุณ แต่ถ้าคุณคาดหวังขั้นตอนแบบสแกนอุปกรณ์แล้วใช้งานได้ทันที คุณอาจพอใจกับแอปของแบรนด์อุปกรณ์มากกว่า ความต่างไม่ได้อยู่แค่หน้าตา แต่อยู่ที่ว่าคุณต้องการความสะดวกแบบสำเร็จรูปหรือความยืดหยุ่นจากระบบรวม

ตัวแอปมีให้ใช้ฟรี และเหมาะจะลองติดตั้งเมื่อคุณใช้ Home Assistant อยู่แล้ว โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อเริ่มใช้แอป อายุเนื้อหาจัดอยู่ในประเภท 3+ และเผยแพร่ตั้งแต่ 12 พ.ย. 2562 ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าเป็นแอปที่มีการใช้งานมานานพอสมควร แต่ไม่ได้บอกแทนคุณได้ว่าระบบที่บ้านจะตั้งค่าง่ายเพียงใด ประเด็นนั้นขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และวิธีจัดการของคุณเป็นหลัก

โฆษณา

เมื่อจัดระบบดี แอปช่วยลดการสลับไปมาระหว่างผู้ผลิต

ในบ้านที่มีอุปกรณ์จากหลายยี่ห้อ การต้องจำว่าแต่ละชิ้นอยู่ในแอปไหนทำให้การใช้งานประจำวันยุ่งขึ้นได้ ข้อได้เปรียบของแนวทาง Home Assistant คือการใช้ระบบกลางเป็นจุดควบคุม แล้วเปิดดูผ่านแอปบนมือถือ ผมเห็นประโยชน์ชัดที่สุดกับงานเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำ เช่น ตรวจสถานะอุปกรณ์ก่อนออกจากบ้าน หรือเข้าดูบ้านจากที่อื่น แทนที่จะเปิดแอปหลายตัวเพื่อไล่ตรวจทีละแบรนด์

เคล็ดลับที่ช่วยให้ใช้งานได้จริงคือเริ่มจากสิ่งที่คุณต้องดูบ่อย ไม่ใช่พยายามนำทุกอุปกรณ์และทุกสถานะมาไว้บนหน้าจอทันที ลองจัดหน้าควบคุมให้แสดงสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร วิธีนี้ทำให้แอปเป็นเครื่องมือที่หยิบใช้ได้เร็ว แทนที่จะกลายเป็นแผงข้อมูลแน่น ๆ ที่ต้องค้นหาทุกครั้ง

อีกกรณีที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึงคือการใช้แอปเป็นจุดตรวจสอบระหว่างวัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกดสั่งงาน ตัวอย่างเช่น ก่อนนอน คุณอาจเปิดดูสถานะที่จัดไว้เพื่อเช็กว่าบ้านอยู่ในสภาพที่ต้องการหรือยัง หรือเมื่อออกไปทำธุระแล้วนึกไม่แน่ใจว่าจัดการอุปกรณ์ในบ้านหรือไม่ ก็สามารถเข้าดูจากโทรศัพท์ได้ ประโยชน์แบบนี้จะมากขึ้นเมื่อคุณจัดหน้าควบคุมให้ตอบคำถามที่เกิดขึ้นจริง แทนการใส่ทุกอย่างที่ระบบรองรับ

คำว่าเข้าถึงบ้านได้จากทุกที่ในโลกเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าแค่ติดตั้งแอปแล้วทุกอย่างจะเชื่อมต่อได้เอง คุณต้องมีระบบ Home Assistant ที่ทำงานและพร้อมให้แอปเข้าถึงก่อน ผมจึงมองว่าการทดสอบจากนอกบ้านควรทำหลังตั้งค่าระบบเรียบร้อยแล้ว และควรลองเข้าถึงสิ่งที่คุณต้องใช้จริงก่อนพึ่งพามันในสถานการณ์สำคัญ

ความยืดหยุ่นแลกมากับการตั้งค่าและการดูแล

ข้อแลกเปลี่ยนของระบบที่รวมการควบคุมไว้ด้วยกันคือ ผู้ใช้ต้องเข้าใจว่าระบบกลางของตัวเองจัดการอย่างไร หากเกิดปัญหากับการเชื่อมต่อหรือการจัดวางหน้าควบคุม การหาสาเหตุอาจไม่ง่ายเท่าการใช้แอปเฉพาะของอุปกรณ์ชิ้นเดียว เพราะมีทั้งตัวแอป ระบบหลัก และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ในภาพเดียวกัน สำหรับผม นี่เป็นเหตุผลให้เริ่มจากการใช้งานพื้นฐาน แล้วเพิ่มความซับซ้อนทีละขั้น ไม่ใช่ตั้งทุกอย่างพร้อมกันตั้งแต่วันแรก

โฆษณา

การรวมอุปกรณ์หลายอย่างยังทำให้การออกแบบหน้าจอเป็นเรื่องสำคัญด้วย ถ้าคุณตั้งชื่อหรือจัดกลุ่มไม่ชัด การมีทุกอย่างอยู่ในระบบเดียวอาจไม่ได้ทำให้ควบคุมง่ายขึ้นเลย ลองใช้ชื่อที่บอกตำแหน่งหรือหน้าที่แบบที่คุณจำได้ทันที และจัดส่วนที่ใช้บ่อยให้อยู่ใกล้มือ แนวทางนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษในบ้านที่หลายคนใช้ระบบเดียวกัน เพราะคำเรียกที่เข้าใจตรงกันช่วยลดการกดผิดและการต้องอธิบายซ้ำ

หากคุณกำลังตัดสินใจว่าจะเริ่มใช้หรือไม่ ให้คิดถึงงานที่ต้องการทำก่อน เช่น ต้องการเปิดดูบ้านจากนอกบ้าน ต้องการรวมการเข้าถึงอุปกรณ์ หรือเพียงต้องการควบคุมอุปกรณ์ชิ้นเดียว หากเป็นข้อสุดท้าย แอปที่ผู้ผลิตทำมาให้โดยตรงอาจตรงไปตรงมาและมีขั้นตอนน้อยกว่า แต่ถ้าคุณมีระบบ Home Assistant อยู่แล้ว การเรียนรู้แอปทางการย่อมมีเหตุผล เพราะคุณไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือคนละชุดเพื่อเข้าถึงบ้าน

เทียบกับแอปเฉพาะแบรนด์และทางเลือกแบบสำเร็จรูป

แอปควบคุมของผู้ผลิตมักเหมาะกับคนที่ต้องการจัดการอุปกรณ์ของแบรนด์นั้นโดยตรง จุดแข็งคือขอบเขตชัดและไม่ต้องคิดเรื่องระบบกลางมากนัก ข้อเสียสำหรับบ้านที่มีหลายแบรนด์คือผู้ใช้อาจต้องสลับแอปไปมา ส่วน Home Assistant เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับการรวมการควบคุมและยอมรับว่าการเตรียมระบบมีส่วนสำคัญในการใช้งาน

ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าคุณใช้แพลตฟอร์มบ้านอัจฉริยะที่มีแอปของตัวเองอยู่แล้ว การเปลี่ยนมาใช้ Home Assistant ไม่ได้แปลว่าจะง่ายขึ้นโดยอัตโนมัติ ควรเทียบจากสิ่งที่คุณใช้อยู่จริง: แอปเดิมตอบโจทย์การควบคุมประจำวันหรือไม่ คุณต้องสลับแอปบ่อยแค่ไหน และคุณอยากใช้เวลาจัดระบบเพิ่มหรือเปล่า ถ้าความต้องการของคุณเรียบง่ายและระบบเดิมทำงานดีอยู่แล้ว การย้ายเพียงเพราะอยากลองแอปใหม่อาจไม่คุ้มแรง

ผมยังเห็นว่าคนที่ไม่สนุกกับการปรับตั้งค่าอาจเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีขั้นตอนติดตั้งและควบคุมแบบกำหนดไว้ให้มากกว่า ความยืดหยุ่นเป็นข้อดีเมื่อคุณต้องการกำหนดวิธีใช้เอง แต่กลายเป็นภาระได้ถ้าคุณอยากให้ทุกอย่างตัดสินใจแทน หากบ้านมีผู้ใช้หลายคน ให้พิจารณาด้วยว่าทุกคนพร้อมเรียนรู้วิธีใช้งานแบบเดียวกันหรือไม่ การเลือกเครื่องมือที่เจ้าของบ้านคนเดียวเข้าใจแต่คนอื่นไม่อยากใช้ อาจทำให้การรวมระบบไม่ช่วยชีวิตประจำวันเท่าที่หวัง

โฆษณา

ย้ายมาใช้แล้วควรเปลี่ยนทีละส่วน

การเปลี่ยนจากแอปหลายตัวไปสู่การใช้ Home Assistant ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการทิ้งวิธีเดิมทั้งหมด ผมแนะนำให้เลือกหนึ่งงานที่ทำบ่อยและทดลองจัดการผ่านระบบนี้ก่อน ระหว่างนั้นยังใช้วิธีเดิมเป็นทางสำรองได้ เมื่อเห็นว่าการเข้าถึงผ่านแอปใหม่สะดวกจริง ค่อยขยายไปยังงานอื่น วิธีนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าปัญหาเกิดจากการตั้งค่า หน้าจอ หรือความคุ้นเคย โดยไม่ทำให้กิจวัตรในบ้านสะดุด

ก่อนย้ายการใช้งานที่ทุกคนพึ่งพา ควรตรวจให้แน่ใจว่าคนในบ้านรู้ว่าจะเข้าไปดูสถานะหรือจัดการสิ่งที่จำเป็นอย่างไร และควรทดลองทั้งตอนอยู่ในบ้านกับตอนอยู่นอกบ้าน การทดสอบสองสถานการณ์นี้ตอบคำถามที่ต่างกัน: ใช้ในบ้านได้คล่องหรือไม่ และการเข้าถึงจากระยะไกลทำงานตามที่คุณต้องการหรือเปล่า หากสิ่งใดสำคัญต่อความปลอดภัยหรือความสบาย อย่ารอให้เกิดเหตุจริงค่อยลองใช้

การเปลี่ยนระบบยังมีต้นทุนเป็นเวลา ไม่ใช่แค่การติดตั้งแอป คุณอาจต้องจัดรายการควบคุมใหม่ ทำความเข้าใจกับระบบกลาง และอธิบายวิธีใช้ให้คนอื่น การเริ่มจากอุปกรณ์หรือกิจวัตรที่คุณจำเป็นต้องเข้าถึงจริงช่วยให้เห็นคุณค่าของการเปลี่ยนเร็วขึ้น ส่วนสิ่งที่ใช้ไม่บ่อยสามารถปล่อยไว้ในวิธีเดิมได้จนกว่าจะมีเหตุผลให้ย้าย

คำตัดสินสำหรับคนที่กำลังเลือก

Home Assistant มีคะแนนเฉลี่ย 4.4 จากผู้ให้คะแนนราว 13,000 คน และมีการติดตั้งมากกว่า 1 ล้านครั้ง ขณะที่มีรีวิวข้อความ 24 รายการ ภาพรวมนี้สะท้อนว่ามีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ผมจะไม่ใช้ตัวเลขเหล่านี้แทนการประเมินความเหมาะสมกับบ้านของคุณ เพราะประสบการณ์ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีระบบ Home Assistant อยู่แล้วหรือไม่ และคุณเต็มใจดูแลการตั้งค่ามากแค่ไหน

โฆษณา

ผมแนะนำแอปนี้ให้กับคนที่ใช้งาน Home Assistant อยู่แล้ว ต้องการเข้าถึงบ้านจากโทรศัพท์ และอยากลดการพึ่งพาแอปแยกของอุปกรณ์หลายชิ้น จุดคุ้มค่าที่สุดคือการทำให้โทรศัพท์เป็นทางเข้าที่สะดวกสู่ระบบที่คุณจัดไว้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาทุกอย่างให้โดยไม่ต้องเตรียมตัว หากคุณชอบจัดบ้านให้เข้ากับวิธีใช้ของตัวเอง การค่อย ๆ ปรับหน้าควบคุมจะช่วยให้เห็นประโยชน์ชัดเจน

แต่ถ้าคุณต้องการควบคุมอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว ไม่อยากดูแลระบบกลาง หรืออยากได้ประสบการณ์ที่พึ่งพาการตั้งค่าน้อยที่สุด ผมคิดว่าแอปของผู้ผลิตหรือแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่เป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า การเลือกแบบนั้นไม่ใช่ข้อด้อย เพียงแค่ตอบโจทย์คนละแบบ สรุปแล้ว Home Assistant คุ้มสำหรับคนที่ต้องการรวมการเข้าถึงบ้านไว้ในระบบของตัวเอง และยอมลงทุนเวลาเพื่อให้แอปกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้พอดีกับชีวิตประจำวัน

บทความที่เกี่ยวข้องกับ Home Assistant

Uber - เรียกรถ เมื่อแผนพัง แอปพาผู้ใช้กลับมาคุมสถานการณ์ได้แค่ไหน

ทดสอบ Uber - เรียกรถ ผ่านการตั้งค่าพลาด สัญญาณอ่อน การยกเลิก และสถานะคลุมเครือ เพื่อดูว่าแอปช่วยผู้ใช้กลับเข้าสู่เส้นทางได้จริงแค่ไหน

ทำไม Candy Crush Soda Saga ยังคงดึงดูดผู้เล่นได้อย่างต่อเนื่อง

Candy Crush Soda Saga กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีวันจางหาย ด้วยการออกแบบเกมที่ติดใจและกลไกการเล่นที่ชวนท้าทาย ผู้เล่นยังคงหลงใหลในความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกมนำเสนอ

คำถามที่พบบ่อย

Home Assistant คืออะไร และเหมาะกับใคร?

Home Assistant เป็นแพลตฟอร์มสำหรับควบคุมและทำระบบอัตโนมัติในบ้านอัจฉริยะ โดยเชื่อมต่ออุปกรณ์จากหลายแบรนด์ไว้ในที่เดียว แอปบนมือถือใช้ดูสถานะและสั่งงานอุปกรณ์ รวมถึงรับการแจ้งเตือนจากระบบได้ เหมาะกับผู้ที่มีอุปกรณ์สมาร์ตโฮมอยู่แล้วหรือชอบปรับแต่งระบบเอง อย่างไรก็ตาม การใช้งานเต็มรูปแบบโดยทั่วไปต้องมีเซิร์ฟเวอร์ Home Assistant ทำงานอยู่ที่บ้าน แอปเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้อุปกรณ์กลายเป็นสมาร์ตโฮมโดยอัตโนมัติ

ต้องมีอุปกรณ์หรือเซิร์ฟเวอร์อะไรบ้างก่อนใช้แอป Home Assistant?

ก่อนดาวน์โหลด ควรตรวจสอบว่ามีระบบ Home Assistant ที่ติดตั้งและเปิดใช้งานอยู่หรือไม่ โดยมักติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เซิร์ฟเวอร์ภายในบ้าน หรืออุปกรณ์ที่รองรับ จากนั้นจึงเชื่อมแอปเข้ากับระบบดังกล่าวผ่านเครือข่ายในบ้านหรือการเข้าถึงจากภายนอก หากยังไม่มีเซิร์ฟเวอร์ แอปอาจไม่สามารถแสดงแดชบอร์ดหรือควบคุมอุปกรณ์ได้ การตั้งค่าเริ่มต้นอาจต้องใช้ความรู้ด้านเครือข่ายและทำตามคู่มือของ Home Assistant เพิ่มเติม

Home Assistant ใช้กับอุปกรณ์สมาร์ตโฮมทุกยี่ห้อได้หรือไม่?

Home Assistant รองรับการเชื่อมต่อกับบริการและอุปกรณ์จำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นจะทำงานได้ครบทุกฟังก์ชัน การรองรับขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น วิธีเชื่อมต่อ และการผสานระบบที่มีให้ บางอุปกรณ์อาจต้องใช้ฮับเฉพาะ ส่วนบางรายการต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อหรือเพิ่มส่วนเสริมเอง ก่อนซื้ออุปกรณ์ใหม่ควรตรวจสอบรายการการผสานระบบของ Home Assistant และดูประสบการณ์จากผู้ใช้ที่มีรุ่นเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความเข้ากันได้

แอป Home Assistant ใช้งานจากนอกบ้านได้หรือไม่ และปลอดภัยแค่ไหน?

สามารถเข้าถึงระบบจากนอกบ้านได้ หากตั้งค่าวิธีเชื่อมต่อระยะไกลไว้ เช่น ใช้บริการที่รองรับหรือกำหนดเครือข่ายส่วนตัวเสมือนอย่างเหมาะสม ความสามารถนี้ช่วยให้ตรวจสอบเซ็นเซอร์ รับการแจ้งเตือน และควบคุมอุปกรณ์ได้แม้ไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่ต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ ควรใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก เปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนเมื่อมีให้ และอัปเดตระบบสม่ำเสมอ อย่าเปิดพอร์ตหรือเผยแพร่เซิร์ฟเวอร์สู่สาธารณะโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง

แอป Home Assistant ดาวน์โหลดฟรีหรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง?

แอป Home Assistant สำหรับมือถือโดยทั่วไปดาวน์โหลดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่การใช้งานอาจมีต้นทุนด้านอื่น เช่น ค่าเครื่องที่ใช้รันเซิร์ฟเวอร์ ค่าอุปกรณ์สมาร์ตโฮม หรือค่าไฟฟ้าที่ใช้กับระบบตลอดเวลา หากต้องการเข้าถึงจากนอกบ้าน อาจมีค่าใช้จ่ายตามวิธีหรือบริการที่เลือกใช้ด้วย นอกจากนี้ อุปกรณ์บางยี่ห้ออาจกำหนดให้ใช้ฮับหรือบริการคลาวด์ของตนเอง จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายของทั้งระบบก่อนเริ่มลงทุน

Home Assistant

Home Assistant

บ้านและการตกแต่ง
โฆษณา

มีให้บริการในภาษาอื่น ๆ

แอปที่เกี่ยวข้อง

idealista

บ้านและการตกแต่ง4.7รับ

idealista icon

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปและเกมของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา เผยแพร่ หรือจัดจำหน่ายแอปและเกมเหล่านั้น ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าทั้งหมดเป็นของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดผู้พัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยติดต่อผู้พัฒนาที่ [email protected] เยี่ยมชม https://www.home-assistant.io หรือตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ https://www.home-assistant.io/privacy/#companion-applications