Assistive Touch สำหรับ Android

4.7 เครื่องมือ อัปเดตเมื่อ 2 กันยายน 2569

Assistive Touch สำหรับ Android icon
โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot
Assistive Touch สำหรับ Android screenshot

ข้อดี

  • เข้าถึงทางลัดและฟังก์ชันหลักได้สะดวกจากปุ่มลอย
  • ปรับแต่งเมนูทางลัดให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้
  • ช่วยลดการกดปุ่มจริงบนเครื่องและอาจยืดอายุปุ่ม
  • รองรับการจับภาพหน้าจอและควบคุมอุปกรณ์ได้รวดเร็ว
  • ติดตั้งง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน เหมาะกับผู้ใช้หลายกลุ่ม

ข้อเสีย

  • ต้องอนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงเพื่อให้ฟังก์ชันควบคุมทำงาน
  • ปุ่มลอยอาจบังเนื้อหาหรือรบกวนการเล่นเกมบางประเภท
  • อาจมีโฆษณาแสดงระหว่างใช้งานในเวอร์ชันฟรี
  • การทำงานเบื้องหลังอาจใช้แบตเตอรี่เพิ่มเล็กน้อย
  • ความสามารถบางอย่างอาจแตกต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชัน Android
โฆษณา

Mobexer วิเคราะห์โดย Mobexer

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีลดการกดปุ่มจริงบนโทรศัพท์ Android ฉันมองว่า Assistive Touch เป็นแอปที่เริ่มต้นได้ง่ายและเห็นประโยชน์ค่อนข้างเร็ว จุดเด่นของมันคือการนำคำสั่งที่มักต้องกดปุ่มโฮมหรือปุ่มปรับระดับเสียงมาไว้ในปุ่มลอยบนหน้าจอ พร้อมเปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่าบางอย่างได้สะดวกขึ้น

ฉันอยากอธิบายแอปนี้จากมุมของคนที่เพิ่งติดตั้งครั้งแรก เพราะความเข้าใจผิดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการใช้งานซับซ้อน แต่เกิดจากการคาดหวังว่าแอปจะเปลี่ยนโทรศัพท์ทั้งเครื่องให้ทำงานอัตโนมัติทั้งหมด ความจริงแล้วมันเหมาะกับการเป็น แผงทางลัดที่แตะได้ทันที มากกว่า เป็นเครื่องมือเล็ก ๆ ที่ช่วยลดการเอื้อมไปหาปุ่มจริงและลดขั้นตอนในงานประจำวันที่ทำซ้ำบ่อย

สิ่งที่ควรคาดหวังก่อนติดตั้ง

Assistive Touch สำหรับ Android เป็นแอปในหมวดเครื่องมือจาก Assistive Touch Team และให้ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี ภาพรวมของมันตรงไปตรงมา: หลังตั้งค่าแล้วจะมีปุ่มลอยอยู่เหนือหน้าจอ เมื่อแตะปุ่มนั้นจึงเรียกเมนูคำสั่งหรือทางลัดที่แอปจัดเตรียมไว้ การทำงานแบบนี้มีประโยชน์กับคนที่ใช้ปุ่มโฮมหรือปุ่มเสียงบ่อย คนที่ต้องการลดแรงกดบนปุ่มจริง หรือคนที่อยากเข้าถึงการตั้งค่าบางรายการโดยไม่ต้องไล่เปิดเมนูระบบหลายชั้น

ฉันพบว่าความรู้สึกตอนใช้งานขึ้นอยู่กับตำแหน่งของปุ่มลอยมากกว่าที่คิด หากวางไว้ริมจอในจุดที่นิ้วโป้งแตะถึงง่าย การเปิดเมนูจะกลายเป็นความเคยชินอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าวางทับปุ่มบนแอปอื่นหรืออยู่ใกล้ตำแหน่งที่ใช้ปัดหน้าจอ ปุ่มนี้จะสร้างความรำคาญแทนที่จะช่วย ดังนั้นอย่ารีบตัดสินจากการเปิดใช้งานครั้งแรก ควรลองเลื่อนตำแหน่งและใช้กับแอปที่คุณเปิดทุกวันก่อน

แอปนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.7 จากผู้ให้คะแนนราว 2.2 ล้านราย และมียอดติดตั้งมากกว่า 100 ล้านครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่ามีผู้ใช้จำนวนมากเลือกแนวทางปุ่มลอยแบบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับโทรศัพท์ทุกเครื่องหรือทุกคนเสมอไป คนที่ชอบหน้าจอโล่ง ๆ อาจรู้สึกว่ามีไอคอนลอยเกะกะ โดยเฉพาะเวลาอ่านหนังสือ ดูวิดีโอ หรือเล่นเกมที่ต้องแตะบริเวณขอบจอ

ในด้านข้อกำหนด แอปนี้รองรับ Android ตั้งแต่รุ่น 6.0 ขึ้นไป รุ่นปัจจุบันคือ 4.0.34 และจัดอยู่ในระดับเนื้อหาสำหรับผู้ใช้วัย 3 ปีขึ้นไป ข้อมูลเหล่านี้สำคัญสำหรับโทรศัพท์รุ่นเก่าหรือเครื่องที่ใช้ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เพราะคุณสามารถประเมินความเข้ากันได้ก่อนเสียเวลาติดตั้งและปรับแต่ง

เหมาะกับใครมากที่สุด

กลุ่มแรกคือคนที่ปุ่มจริงเริ่มกดยาก ปุ่มโฮมอาจต้องออกแรงมากขึ้น ปุ่มเสียงอาจอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมไม่สะดวก หรือคุณอาจใช้โทรศัพท์มือเดียวเป็นประจำ ในสถานการณ์เหล่านี้ปุ่มลอยช่วยย้ายคำสั่งมาอยู่ตรงพื้นที่ที่ควบคุมได้ง่ายกว่า ฉันยังมองว่าเหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ใช้ที่ไม่อยากจำเส้นทางเมนูระบบหลายขั้น เพราะการเห็นปุ่มเดิมอยู่บนหน้าจอช่วยให้จำวิธีเรียกคำสั่งได้ง่าย

อีกกลุ่มคือคนที่ต้องการทางลัดระหว่างทำงาน เช่น ขณะอ่านเอกสารแล้วอยากกลับไปหน้าหลัก หรือขณะปรับเสียงระหว่างฟังเนื้อหาโดยไม่ต้องคลำหาปุ่มด้านข้าง การใช้ปุ่มลอยไม่ได้ทำให้คำสั่งเหล่านี้เร็วขึ้นในทุกกรณี แต่ช่วยให้รูปแบบการควบคุมคงที่ แม้คุณจะเปลี่ยนจากแอปหนึ่งไปอีกแอปหนึ่ง

ตรงกันข้าม คนที่ใช้ระบบนำทางด้วยท่าทางจนคล่องและไม่เคยมีปัญหากับปุ่มจริงอาจไม่จำเป็นต้องติดตั้ง หากคุณให้ความสำคัญกับหน้าจอที่สะอาดที่สุด หรือเล่นเกมที่ต้องลากนิ้วชิดขอบจอ ปุ่มลอยอาจรบกวนมากกว่าช่วย ทางเลือกที่ติดมากับ Android จึงอาจเหมาะกว่า เพราะไม่เพิ่มองค์ประกอบลอยบนหน้าจอ

เริ่มตั้งค่าให้ใช้งานได้โดยไม่สับสน

หลังติดตั้ง ฉันแนะนำให้เริ่มจากการเปิดแอปและอ่านหน้าจอทีละส่วน อย่าเพิ่งพยายามเปิดทุกตัวเลือกพร้อมกัน เป้าหมายแรกควรเป็นการทำให้ปุ่มลอยปรากฏและแตะเรียกเมนูได้ก่อน จากนั้นค่อยทดลองคำสั่งที่คุณใช้จริงที่สุด การตั้งค่าแบบนี้ทำให้รู้ทันทีว่าแอปตอบโจทย์หรือไม่ โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับสิ่งที่อาจไม่ได้ใช้

สิ่งที่ต้องทำความคุ้นเคยคือปุ่มลอยไม่ได้เป็นปุ่มระบบถาวรที่อยู่ในตำแหน่งเดียวเสมอ คุณสามารถลากไปยังด้านซ้ายหรือขวาของจอให้เหมาะกับมือที่ถือโทรศัพท์อยู่ได้ ฉันชอบวางไว้ต่ำกว่ากึ่งกลางเล็กน้อย เพราะยังเอื้อมถึงได้ด้วยนิ้วโป้งและไม่บังพื้นที่ด้านบนที่มักใช้ดูข้อมูลหรือกดเมนูของแอปอื่น แต่ตำแหน่งที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องและวิธีถือของคุณ

ถ้าคุณใช้เคสหนา ให้ลองลากปุ่มลอยขณะถือเครื่องตามปกติ ไม่ใช่ถือแบบวางบนโต๊ะ เพราะระยะเอื้อมจริงต่างกันมาก นี่เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยลดความหงุดหงิดได้ดี ปุ่มควรอยู่ใกล้นิ้วที่ใช้งานจริง แต่ไม่ควรอยู่ตรงขอบที่คุณปัดเพื่อย้อนกลับหรือเปลี่ยนหน้าจอ หากเผลอวางทับจุดปัดบ่อย ๆ ให้ขยับขึ้นหรือลงเพียงเล็กน้อยก่อน ไม่จำเป็นต้องย้ายไปอีกฝั่งทันที

ทำให้การแตะครั้งแรกมีความหมาย

การทดสอบที่ดีที่สุดไม่ใช่การเปิดเมนูแล้วปิด แต่คือการเลือกสถานการณ์ที่คุณเคยรู้สึกว่ากดปุ่มไม่สะดวก เช่น เปิดหน้าอ่านบทความด้วยมือหนึ่งข้าง แล้วใช้ปุ่มลอยเรียกคำสั่งกลับหน้าหลัก จากนั้นเปิดแอปเดิมอีกครั้งและลองปรับระดับเสียงผ่านทางลัด วิธีนี้ทำให้คุณเห็นว่าการแตะปุ่มลอยช่วยลดการขยับมือจริงหรือไม่

ฉันแนะนำให้เลือกคำสั่งเดียวเป็นทางลัดหลักในวันแรก อย่าเปลี่ยนตำแหน่งปุ่มและรายการคำสั่งไปพร้อมกัน เพราะจะทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรทำให้ใช้งานยาก หากการกลับหน้าหลักคือสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุด ให้ใช้มันซ้ำหลายครั้งจนมือจำตำแหน่งได้ แล้วค่อยเพิ่มการตั้งค่าหรือการควบคุมเสียงในภายหลัง นี่เป็นวิธีที่ทำให้ผู้ใช้ใหม่ได้ “ความสำเร็จครั้งแรก” โดยไม่ต้องเรียนรู้ทั้งแอปในคราวเดียว

สถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่เห็นประโยชน์ชัดคือการทำอาหารตามสูตรบนโทรศัพท์ ขณะมือหนึ่งเปื้อนหรือถืออุปกรณ์อยู่ การกดปุ่มด้านข้างอาจไม่สะดวก แต่ปุ่มลอยที่วางไว้ใกล้ขอบล่างช่วยให้กลับหน้าหลักหรือเปิดเมนูที่ต้องการได้ด้วยการแตะสั้น ๆ อีกกรณีคือการฟังเสียงระหว่างเดินทาง ซึ่งคุณอาจไม่อยากเปลี่ยนท่าจับเครื่องเพื่อคลำหาปุ่มปรับระดับเสียง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยระหว่างใช้งาน

ความสับสนแรกคือคิดว่าปุ่มลอยจะหายไปเมื่อเปิดแอปอื่นเสมอ ในทางประสบการณ์ของฉัน ผู้ใช้ควรมองมันเป็นองค์ประกอบที่อยู่เหนือหน้าจอและต้องจัดตำแหน่งให้เข้ากับหลายแอป ไม่ใช่ปุ่มที่มีประโยชน์เฉพาะในหน้าแอป Assistive Touch เอง หากคุณเปิดเกมหรือโปรแกรมที่มีปุ่มตรงขอบจอ ให้ย้ายปุ่มลอยก่อนเริ่มใช้งานแทนการพยายามแตะผ่านมัน

ความสับสนที่สองคือการแตะผิดจังหวะ บางคนแตะปุ่มลอยแล้วคาดว่าจะทำคำสั่งทันที แต่บางคำสั่งต้องผ่านเมนูที่เปิดขึ้นมาก่อน ฉันจึงแนะนำให้สังเกตลำดับการแตะในสองสามครั้งแรก: แตะปุ่มลอยเพื่อเปิดแผง จากนั้นแตะคำสั่งที่ต้องการ เมื่อจำลำดับได้แล้วการใช้งานจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น และคุณจะรู้ด้วยว่าคำสั่งใดควรอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย

อีกเรื่องคือการสับสนระหว่างทางลัดของแอปกับการตั้งค่าระบบของโทรศัพท์ Assistive Touch ช่วยพาไปยังคำสั่งที่เข้าถึงได้จากแผงของมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเมนูใน Android จะถูกแทนที่ด้วยแอปนี้ หากคุณต้องการปรับสิ่งที่เป็นพฤติกรรมเฉพาะของเครื่อง บางครั้งยังต้องกลับไปใช้การตั้งค่าหลักของ Android อยู่ดี ฉันมองว่านี่ไม่ใช่ข้อเสียร้ายแรง แต่เป็นขอบเขตที่ควรรู้เพื่อไม่ให้เสียเวลาค้นหาตัวเลือกผิดที่

ปุ่มลอยยังอาจทำให้การแตะบางจุดคลาดเคลื่อนเมื่อหน้าจอเล็กหรือมีแอปที่ใช้ปุ่มลอยของตัวเอง เช่น เครื่องมือแชตหรือเครื่องมือบันทึกหน้าจอ หากองค์ประกอบสองอย่างซ้อนกัน ให้เลือกเก็บไว้เพียงจุดเดียวหรือย้าย Assistive Touch ไปด้านตรงข้าม การลดสิ่งที่ลอยอยู่บนหน้าจอช่วยให้ใช้งานง่ายกว่าการพยายามจัดทุกปุ่มให้อยู่รวมกัน

ใช้ต่ออย่างฉลาดและตัดสินใจให้เหมาะกับตัวเอง

เมื่อผ่านช่วงทดลองแรกแล้ว ฉันแนะนำให้ประเมินจากงานที่ทำซ้ำ ไม่ใช่จากจำนวนตัวเลือกที่แอปมี ลองถามตัวเองว่าคุณเปิดปุ่มลอยเพื่อแก้ปัญหาใดเป็นหลัก ถ้าคำตอบคือการลดการกดปุ่มโฮม ให้จัดเมนูโดยเน้นคำสั่งนั้น หากคำตอบคือการควบคุมเสียง ให้จัดตำแหน่งปุ่มให้อยู่ใกล้นิ้วที่ใช้ปรับเสียง และอย่าเพิ่มคำสั่งที่ไม่เกี่ยวข้องจนแผงดูรก

เคล็ดลับที่มีประโยชน์อีกอย่างคือกำหนดตำแหน่งต่างกันสำหรับช่วงใช้งานที่ต่างกัน เช่น วางไว้ด้านหนึ่งขณะอ่านหรือทำงาน และย้ายไปอีกด้านเมื่อใช้มืออีกข้างถือโทรศัพท์ การปรับแบบนี้อาจดูเล็กน้อย แต่ช่วยลดการยืดนิ้วและลดการบังเนื้อหาบนหน้าจอได้มากกว่าการพยายามใช้ตำแหน่งเดียวตลอดเวลา

สำหรับผู้ใช้ที่มีปุ่มจริงเริ่มเสื่อม แอปนี้ควรเป็นตัวช่วยลดการใช้งานปุ่ม ไม่ใช่เหตุผลให้ละเลยอาการผิดปกติของเครื่อง หากปุ่มกดติดหรือเครื่องมีปัญหาอื่นร่วมด้วย การซ่อมหรือใช้วิธีควบคุมที่ระบบรองรับโดยตรงอาจเป็นทางเลือกที่มั่นคงกว่า Assistive Touch เหมาะกับการทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น แต่ไม่สามารถแก้ความเสียหายทางกายภาพของโทรศัพท์

เมื่อเทียบกับทางเลือกปกติใน Android ฉันมองว่าการใช้ปุ่มและท่าทางของระบบมีข้อดีตรงที่ไม่เพิ่มปุ่มลอยและมักเข้ากับโทรศัพท์โดยตรง ส่วน Assistive Touch เด่นที่ทำให้คำสั่งบางอย่างมองเห็นและแตะได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่จำท่าทางไม่ได้หรือไม่สะดวกกดปุ่มข้าง ความแตกต่างนี้ทำให้ไม่มีผู้ชนะสำหรับทุกคน: คนที่ต้องการความเรียบง่ายอาจชอบระบบเดิม ขณะที่คนที่ต้องการแผงควบคุมลอยจะได้ประโยชน์จากแอปนี้มากกว่า

ฉันยังมองว่าควรทดลองใช้ในแอปที่คุณใช้จริงก่อนตัดสินใจว่าจะเปิดไว้ตลอด หากมันช่วยให้คุณทำงานมือเดียวได้สะดวกขึ้นและไม่บังปุ่มสำคัญ ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเก็บไว้ แต่ถ้าคุณต้องคอยลากหนีทุกครั้งที่เล่นเกม อ่านหนังสือ หรือดูวิดีโอ การปิดใช้งานเมื่อไม่จำเป็นอาจเป็นวิธีที่ดีกว่า การมีเครื่องมือนี้ไม่ได้แปลว่าต้องเปิดตลอดทั้งวัน

โดยรวมแล้ว Assistive Touch เป็นแอปเครื่องมือที่มีจุดยืนชัดเจนและเริ่มเห็นประโยชน์ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้ซับซ้อน ฉันแนะนำให้คนที่ต้องการปกป้องปุ่มจริง ควบคุมโทรศัพท์ด้วยมือเดียว หรือเข้าถึงทางลัดได้จากตำแหน่งเดิมบนหน้าจอลองใช้ โดยเริ่มจากคำสั่งเดียวและปรับตำแหน่งให้เข้ากับมือของตัวเองก่อน ส่วนคนที่ไม่ชอบองค์ประกอบลอยหรือใช้ระบบนำทางเดิมได้คล่องอาจไม่รู้สึกว่าคุ้มกับพื้นที่หน้าจอที่ต้องแลก

จุดแข็งของแอปนี้ไม่ได้อยู่ที่การทำให้โทรศัพท์ดูฉลาดขึ้น แต่คือการลดแรงเสียดทานเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำทุกวัน เมื่อจัดตำแหน่งดี เลือกคำสั่งพอดี และเข้าใจว่ามันเป็นแผงทางลัดไม่ใช่ตัวแทนของการตั้งค่าทั้งระบบ การแตะครั้งเดียวเพื่อกลับไปยังจุดที่ต้องการหรือปรับเสียงโดยไม่คลำหาปุ่มก็กลายเป็นความสะดวกที่รู้สึกได้จริง

คำถามที่พบบ่อย

Assistive Touch สำหรับ Android คืออะไร และช่วยทำอะไรได้บ้าง?

Assistive Touch สำหรับ Android เป็นเครื่องมือปุ่มลอยบนหน้าจอที่ช่วยให้เข้าถึงคำสั่งสำคัญได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องกดปุ่มจริงบ่อย ๆ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าทางลัดสำหรับหน้าแรก ย้อนกลับ การล็อกหน้าจอ ภาพหน้าจอ ระดับเสียง การเปิดแผงการแจ้งเตือน หรือแอปที่ใช้งานเป็นประจำได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก หรือมีปัญหาในการกดปุ่มฮาร์ดแวร์ของโทรศัพท์

แอป Assistive Touch ต้องขอสิทธิ์อะไรบ้าง และปลอดภัยหรือไม่?

แอปประเภทนี้มักต้องใช้สิทธิ์การเข้าถึงพิเศษ เช่น แสดงทับแอปอื่น และบริการการช่วยเหลือพิเศษ เพื่อให้ปุ่มลอยทำงานเหนือหน้าจอและสั่งงานบางอย่างได้ บางฟังก์ชันอาจขอสิทธิ์เพิ่มเติม เช่น การบันทึกหน้าจอหรือการล็อกอุปกรณ์ ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบชื่อผู้พัฒนา รีวิว นโยบายความเป็นส่วนตัว และเปิดเฉพาะสิทธิ์ที่จำเป็นเท่านั้น

สามารถปรับแต่งปุ่มลอยและเมนูทางลัดได้หรือไม่?

โดยทั่วไป Assistive Touch สำหรับ Android เปิดให้ปรับแต่งได้หลายส่วน เช่น ตำแหน่งปุ่มลอย ขนาด ความโปร่งใส สี ไอคอน และรายการคำสั่งในเมนู ผู้ใช้สามารถจัดทางลัดให้เหมาะกับพฤติกรรมของตนเองได้ เช่น เพิ่มการเปิด Wi‑Fi ไฟฉาย กล้อง หรือแอปโปรด อย่างไรก็ตาม รายการฟังก์ชันอาจแตกต่างกันตามรุ่น Android และเวอร์ชันของแอป

Assistive Touch ส่งผลต่อแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเครื่องหรือไม่?

การทำงานของปุ่มลอยมักใช้ทรัพยากรไม่มาก แต่เนื่องจากแอปต้องทำงานเบื้องหลังและแสดงผลเหนือแอปอื่น จึงอาจใช้แบตเตอรี่และหน่วยความจำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อเปิดเอฟเฟกต์หรือฟังก์ชันเสริมหลายรายการ หากพบว่าเครื่องช้าหรือแบตเตอรี่ลดเร็ว ควรลดเอฟเฟกต์ ปิดฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น หรือจำกัดการทำงานเบื้องหลังจากการตั้งค่าระบบ

โทรศัพท์ทุกรุ่นรองรับ Assistive Touch หรือไม่ และควรทำอย่างไรก่อนดาวน์โหลด?

โทรศัพท์ Android ส่วนใหญ่สามารถใช้ปุ่มลอยได้ แต่ความเข้ากันได้ของคำสั่งบางอย่างขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน Android ผู้ผลิต และนโยบายความปลอดภัยของอุปกรณ์ ฟังก์ชันอย่างการล็อกหน้าจอหรือการจับภาพหน้าจออาจทำงานแตกต่างกัน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบเวอร์ชันระบบ ความต้องการของแอป สิทธิ์ที่ร้องขอ และรีวิวจากผู้ใช้รุ่นเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการทำงานภายหลัง

โฆษณา

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดจาก Google Play ดาวน์โหลดจาก App Store

แอปที่เกี่ยวข้อง

Google

เครื่องมือ4.6รับ

Google icon

Google Go

เครื่องมือ4.6รับ

Google Go icon

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปและเกมของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา เผยแพร่ หรือจัดจำหน่ายแอปและเกมเหล่านี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าทั้งหมดเป็นของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อนักพัฒนาที่ [email protected] เยี่ยมชม https://assistivetouchteam.blogspot.com หรืออ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่ https://sites.google.com/view/assistive-touch-policy/privacy-policy