Contact Edge side bar
5.0 เครื่องมือ อัปเดตเมื่อ 4 กันยายน 2569
ภาพหน้าจอ
ข้อดี
- เปิดรายชื่อผู้ติดต่อได้ทันทีจากขอบหน้าจอ
- ปรับตำแหน่งและขนาดแถบด้านข้างได้ตามถนัด
- รองรับการโทร ส่งข้อความ และเปิดแอปแชตอย่างรวดเร็ว
- ช่วยลดขั้นตอนการค้นหาผู้ติดต่อในเครื่อง
- ปรับแต่งไอคอน สี และรูปแบบการแสดงผลได้
ข้อเสีย
- อาจเปิดแถบโดยไม่ตั้งใจขณะเล่นเกมหรือใช้แอปอื่น
- ต้องอนุญาตให้แอปแสดงทับแอปอื่นบนหน้าจอ
- การทำงานเบื้องหลังอาจเพิ่มการใช้แบตเตอรี่เล็กน้อย
- ฟีเจอร์บางอย่างอาจขึ้นอยู่กับรุ่นและเวอร์ชัน Android
- ผู้ใช้ใหม่อาจต้องใช้เวลาปรับตำแหน่งแถบให้เหมาะสม
วิเคราะห์โดย Mobexer
การโทรหาคนที่ติดต่อบ่อยควรเป็นเรื่องที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ในชีวิตจริงเรามักต้องปลดล็อกหน้าจอ เปิดแอปโทรศัพท์ ค้นหาชื่อ แล้วค่อยกดโทร Contact Edge พยายามลดขั้นตอนเหล่านี้ด้วยการเรียกทางลัดผู้ติดต่อจากบริเวณขอบหน้าจอและใช้ท่าทางเป็นตัวเริ่มต้นการติดต่อ แนวคิดนี้เหมาะกับคนที่โทรหาครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้ากลุ่มเดิมเป็นประจำ และไม่อยากเสียเวลาค้นหารายชื่อทุกครั้ง
หลังจากลองมองแอปนี้ในฐานะเครื่องมือเล็ก ๆ สำหรับการเข้าถึงผู้ติดต่อ ฉันรู้สึกว่าจุดเด่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนฟังก์ชัน แต่อยู่ที่การวางทางลัดไว้ใกล้นิ้วในช่วงเวลาที่เราต้องการความเร็ว แอปนี้พัฒนาโดย Neelam Govind Bhanushali จัดอยู่ในหมวดเครื่องมือ และมีเวอร์ชันปัจจุบัน 1.3 รองรับ Android ตั้งแต่เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป จึงเหมาะกับผู้ใช้ Android หลายรุ่นที่ยังใช้งานโทรศัพท์เครื่องเดิมอยู่
ทางลัดที่มีประโยชน์เมื่อการเชื่อมต่อต้องเร็ว
การใช้งานของ Contact Edge ผูกกับแนวคิดง่าย ๆ คือเลือกผู้ติดต่อที่ชื่นชอบ แล้วเรียกทางลัดจากขอบหน้าจอ เมื่อแตะหรือใช้ท่าทางตามที่ตั้งไว้ คุณจะเข้าถึงรายชื่อเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องไล่ดูสมุดโทรศัพท์ทั้งหมด จุดนี้มีประโยชน์มากในสถานการณ์ที่มือหนึ่งถือของอยู่ หรือในเวลาที่ไม่สะดวกพิมพ์ค้นหาชื่อ
ในมุมของการเชื่อมต่อ แอปทำหน้าที่เป็นสะพานไปยังการติดต่อที่คุณเลือก ไม่ใช่แอปสื่อสารที่สร้างเครือข่ายใหม่ หากคุณต้องการโทรหรือเริ่มการติดต่อจริง กระบวนการนั้นยังขึ้นอยู่กับบริการโทรศัพท์หรือแอปที่เกี่ยวข้องในเครื่อง ดังนั้นประโยชน์หลักคือการพาคุณไปถึงผู้ติดต่อได้เร็วขึ้น ไม่ใช่การทำให้สัญญาณโทรศัพท์ดีขึ้น
ฉันมองว่าควรตั้งรายชื่อโปรดให้มีจำนวนน้อยและเป็นคนที่โทรหาจริง ๆ การใส่รายชื่อมากเกินไปอาจทำให้ทางลัดที่ควรจะรวดเร็วกลายเป็นอีกหน้าหนึ่งที่ต้องค้นหา วิธีที่ใช้งานได้ดีกว่าคือแบ่งตามสถานการณ์ เช่น คนในครอบครัวที่ต้องติดต่อฉุกเฉิน เพื่อนร่วมงานที่คุยทุกวัน หรือผู้ติดต่อที่ต้องโทรในช่วงทำงาน วิธีนี้ทำให้ขอบหน้าจอเป็นเหมือนแผงทางลัดส่วนตัว แทนที่จะเป็นสมุดโทรศัพท์ย่อส่วน
อีกจุดที่ควรคิดก่อนติดตั้งคือรูปแบบการใช้มือถือของคุณ หากคุณโทรหาคนเดิมซ้ำ ๆ Contact Edge มีเหตุผลชัดเจน แต่ถ้าคุณติดต่อผ่านแอปแชตเป็นหลัก หรือมักค้นหาผู้ติดต่อใหม่ทุกครั้ง ทางลัดริมจออาจไม่ได้ลดขั้นตอนมากนัก ในกรณีหลังนี้ ปุ่มค้นหาของแอปโทรศัพท์หรือผู้ช่วยเสียงอาจตรงกับพฤติกรรมมากกว่า
ประสบการณ์บนมือถือในสถานการณ์จริง
ลองนึกภาพว่าฉันกำลังเดินทางและต้องโทรบอกคนที่บ้านว่ากำลังกลับ การเปิดหน้ารายชื่อแล้วเลื่อนหาชื่ออาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่สะดวกเมื่อกำลังถือกระเป๋าหรืออยู่ในสถานที่ที่ต้องรีบ การมีพื้นที่ขอบหน้าจอสำหรับเรียกผู้ติดต่อที่ตั้งไว้ช่วยลดการแตะหลายครั้ง และทำให้ฉันโฟกัสกับสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น
ในรถยนต์ แอปอาจมีประโยชน์เฉพาะตอนที่จอดรถหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัยเท่านั้น ฉันไม่แนะนำให้ใช้ท่าทางบนหน้าจอขณะขับรถ เพราะความเร็วในการเข้าถึงไม่ควรแลกกับความปลอดภัย หากโทรศัพท์เชื่อมต่อกับระบบแฮนด์ฟรีอยู่แล้ว ระบบนั้นอาจเหมาะกว่า เพราะช่วยลดการมองหน้าจอ ในทางกลับกัน สำหรับการเดินในอาคารหรือทำงานที่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นช่วง ๆ ทางลัดขอบจอมีความคล่องตัวกว่า
ผู้ใช้ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่จะเห็นประโยชน์ของการเข้าถึงจากขอบได้ชัดขึ้น เพราะการเอื้อมนิ้วไปยังไอคอนที่อยู่ไกลอาจไม่สะดวก การเรียกแผงจากด้านข้างช่วยให้การใช้งานด้วยมือเดียวเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ความรู้สึกนี้ขึ้นกับตำแหน่งขอบจอและเคสโทรศัพท์ด้วย เคสที่หนาหรือมีขอบยกสูงอาจทำให้การลากหรือแตะบริเวณขอบไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร
เคล็ดลับที่ฉันอยากแนะนำคือทดลองตำแหน่งการจับเครื่องก่อนเลือกขอบที่ใช้บ่อย หากคุณถนัดถือเครื่องด้วยมือขวา ให้เลือกด้านที่นิ้วโป้งเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนท่าจับ แต่ถ้ามือข้างนั้นมักเผลอแตะขอบจอระหว่างเลื่อนหน้าเว็บ อาจเกิดการเรียกทางลัดโดยไม่ตั้งใจได้ การวางแผนตำแหน่งตั้งแต่แรกช่วยลดความรำคาญมากกว่าการเพิ่มรายชื่อจำนวนมาก
เมื่อเครือข่ายหรือการแตะหน้าจอไม่เป็นใจ
สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ Contact Edge ช่วยเปิดทางไปยังผู้ติดต่อ แต่ความสำเร็จของการโทรยังขึ้นกับเครือข่ายมือถือและระบบโทรศัพท์ของเครื่อง หากอยู่ในพื้นที่สัญญาณอ่อน ทางลัดอาจเปิดผู้ติดต่อได้ตามปกติ แต่การโทรอาจไม่เชื่อมต่อหรือหลุดระหว่างทาง นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องเฉพาะของแอป แต่เป็นข้อจำกัดของงานที่แอปพยายามทำให้เร็วขึ้น
เมื่อการโทรไม่สำเร็จ ฉันจะตรวจสอบทีละขั้น เริ่มจากดูว่าทางลัดเปิดผู้ติดต่อถูกคนหรือไม่ จากนั้นตรวจสถานะสัญญาณและลองโทรผ่านแอปโทรศัพท์ตามปกติ การทำเช่นนี้ช่วยแยกปัญหาระหว่างการเรียกทางลัดกับการเชื่อมต่อจริงได้ หากทางลัดเปิดขึ้นแต่การโทรไม่ออก ปัญหาน่าจะอยู่ที่เครือข่ายหรือระบบโทรศัพท์มากกว่าการตั้งค่ารายชื่อ
การกู้คืนจากการแตะผิดก็สำคัญไม่แพ้กัน ทางลัดที่อยู่ใกล้นิ้วอาจถูกเรียกโดยไม่ตั้งใจเมื่อหยิบเครื่องออกจากกระเป๋า หรือเมื่อเลื่อนหน้าจอจากขอบ หากเกิดขึ้นบ่อย ฉันแนะนำให้ลดจำนวนท่าทางที่ใช้ในบริเวณเดียวกัน และเปลี่ยนวิธีถือเครื่องก่อนสรุปว่าแอปทำงานผิดพลาด การตั้งรายชื่อโปรดให้ชัดเจนยังช่วยลดโอกาสโทรผิดคนในช่วงเร่งรีบ
สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์ในสภาพแสงน้อยหรือขณะสวมถุงมือ การแตะขอบอาจไม่แม่นเท่าการกดปุ่มขนาดใหญ่บนหน้าจอหลัก นี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนของการออกแบบที่เน้นความเร็วและความกะทัดรัด ฉันจึงมองว่าแอปเหมาะกับสถานการณ์ที่คุณควบคุมโทรศัพท์ได้พอสมควร ไม่ใช่เครื่องมือที่ควรพึ่งพาในทุกบริบทโดยไม่ตรวจสอบหน้าจอ
ใช้ทางลัดอย่างรอบคอบกับข้อมูลผู้ติดต่อ
เพราะแอปเกี่ยวข้องกับรายชื่อคนที่คุณติดต่อ การจัดระเบียบผู้ติดต่อจึงมีผลต่อประสบการณ์มากกว่าที่เห็นในตอนแรก ก่อนตั้งค่าทางลัด ฉันแนะนำให้ตรวจชื่อซ้ำ เบอร์เก่า และรายการที่บันทึกไว้หลายช่องทาง หากมีชื่อคล้ายกัน การเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้โทรไปยังคนละคนได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้งานในช่วงรีบ
การเลือกเฉพาะผู้ติดต่อที่จำเป็นยังเป็นวิธีใช้ข้อมูลบนหน้าจออย่างมีวินัย แทนที่จะนำรายชื่อทั้งหมดมาไว้ริมจอ ให้ตั้งเฉพาะกลุ่มที่มีเหตุผลต้องเข้าถึงเร็ว วิธีนี้ทำให้แผงทางลัดอ่านง่าย และลดการเปิดเผยชื่อบุคคลบนหน้าจอในที่สาธารณะ หากมีคนอื่นมองเห็นโทรศัพท์ของคุณระหว่างใช้งาน คุณก็แสดงข้อมูลน้อยลง
ฉันยังแนะนำให้ทบทวนรายการโปรดเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนงาน ย้ายทีม หรือเปลี่ยนเบอร์ของสมาชิกในครอบครัว ทางลัดที่เคยมีประโยชน์อาจกลายเป็นรายการเก่าที่ทำให้สับสนได้ การตรวจรายชื่อเป็นครั้งคราวใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยป้องกันการติดต่อผิดคนและทำให้แผงขอบยังคงมีความหมาย
ในด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่าคาดหวังว่าแอปนี้จะทำหน้าที่แทนเครือข่ายหรือทำให้การโทรผ่านบริการออนไลน์เสถียรขึ้น ทางลัดมีคุณค่าในขั้นตอนก่อนเริ่มการติดต่อ ส่วนการโทรผ่านเครือข่ายมือถือหรือบริการออนไลน์ยังใช้ช่องทางของระบบนั้นเอง หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ การเข้าถึงผู้ติดต่อได้เร็วไม่ได้แปลว่าจะเชื่อมต่อได้ทันที
ต่างจากการใช้แอปโทรศัพท์แบบเดิมอย่างไร
วิธีดั้งเดิมมีข้อดีตรงความคุ้นเคย คุณสามารถเปิดแอปโทรศัพท์แล้วค้นหาชื่อได้แทบทุกเครื่อง ไม่ต้องเรียนรู้พื้นที่ขอบหรือจำท่าทางใด ๆ ส่วน Contact Edge เหมาะกับการทำให้รายชื่อกลุ่มเล็กเข้าถึงได้เร็วกว่าเดิม จุดตัดสินใจจึงไม่ใช่วิธีไหนดีกว่าทั้งหมด แต่คือคุณโทรหาคนเดิมบ่อยแค่ไหนและต้องการใช้มือเดียวมากเพียงใด
วิดเจ็ตผู้ติดต่อบนหน้าจอหลักเป็นทางเลือกที่ใกล้เคียงกัน วิดเจ็ตมองเห็นได้ทันทีและอาจเหมาะกับคนที่ไม่ชอบท่าทาง แต่ใช้พื้นที่หน้าจอและอาจทำให้หน้าแรกดูแน่น Contact Edge ใช้พื้นที่แบบซ่อนอยู่จนกว่าจะเรียกขึ้นมา จึงเหมาะกับคนที่ต้องการหน้าจอหลักเรียบ ๆ แต่ยอมรับการเรียนรู้ตำแหน่งขอบได้
ผู้ช่วยเสียงอาจเร็วกว่าเมื่อคุณต้องโทรหาคนที่ไม่ได้อยู่ในรายการโปรด แต่ต้องพูดให้ชัดและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ระบบฟังรู้เรื่อง สำหรับสถานที่เงียบและการโทรหาคนเดิม ทางลัดขอบจอให้ความรู้สึกตรงไปตรงมามากกว่า ส่วนในที่เสียงดังหรือขณะมือไม่ว่าง ผู้ช่วยเสียงอาจมีข้อได้เปรียบ หากโทรศัพท์หรือบริการที่คุณใช้รองรับการทำงานนั้นอย่างเหมาะสม
ข้อแตกต่างที่น่าสนใจคือ Contact Edge ไม่ได้พยายามแทนที่สมุดโทรศัพท์ทั้งหมด มันทำงานเหมือนชั้นทางลัดที่วางทับบนวิธีเดิม ดังนั้นคุณยังมีทางกลับไปค้นหาผู้ติดต่อแบบปกติได้เมื่อจำเป็น ความยืดหยุ่นนี้ดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเร็วในบางช่วง แต่ไม่อยากเปลี่ยนพฤติกรรมการโทรทั้งระบบ
ใครจะได้ประโยชน์ และใครควรข้ามไป
ฉันคิดว่าแอปนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่มีรูปแบบการติดต่อชัดเจน เช่น ผู้ดูแลครอบครัว คนทำงานที่ต้องประสานงานกับทีมเดิม หรือผู้ที่ใช้โทรศัพท์จอใหญ่และมักถือเครื่องด้วยมือเดียว จุดแข็งจะชัดเมื่อการโทรเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และคุณต้องการลดการค้นหาชื่อให้เหลือขั้นตอนสั้น ๆ
มันยังเหมาะกับคนที่ชอบปรับแต่งการใช้งาน Android ให้เข้ากับตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่เห็นคุณค่าของทางลัดเล็ก ๆ มากกว่าการติดตั้งแอปขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันเกินจำเป็น อายุการใช้งานที่รองรับ Android ตั้งแต่ 7.0 ทำให้ผู้ใช้เครื่องรุ่นเก่าหลายคนมีโอกาสใช้งานได้ และเนื้อหาจัดอยู่ในระดับประเภท 3+ จึงเป็นเครื่องมือทั่วไปที่ไม่ได้วางตัวเป็นแอปเฉพาะกลุ่ม
ในทางกลับกัน คนที่แทบไม่โทรออก คนที่ต้องค้นหารายชื่อใหม่ทุกครั้ง หรือคนที่ไม่ชอบให้มีพื้นที่ตอบสนองบริเวณขอบหน้าจอ อาจไม่รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการปรับตัว หากคุณใช้วิดเจ็ตหรือผู้ช่วยเสียงจนคล่องอยู่แล้ว วิธีเดิมอาจเร็วกว่าในชีวิตประจำวันของคุณ
ราคาของแอปอยู่ที่ ฿27.00 ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ควรพิจารณาควบคู่กับความถี่ในการใช้งาน ถ้าคุณโทรหาผู้ติดต่อกลุ่มเดิมทุกวัน ความสะดวกเล็ก ๆ อาจมีคุณค่า แต่ถ้าคุณเปิดแอปเพียงนาน ๆ ครั้ง การใช้เครื่องมือที่มีอยู่ใน Android อาจเพียงพอ ฉันไม่มองว่าราคานี้เป็นเหตุผลให้ทุกคนต้องติดตั้ง แต่เป็นการซื้อความคล่องตัวสำหรับรูปแบบการใช้มือถือที่ตรงกัน
ภาพรวมจากการใช้งานและความคาดหวังที่ควรตั้ง
Contact Edge มีคะแนนเฉลี่ย 5.0 จากประมาณสองร้อยการให้คะแนน และมียอดติดตั้งมากกว่าหนึ่งหมื่นครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้กลุ่มหนึ่งตอบรับแนวคิดของแอปได้ดี แต่ฉันยังแนะนำให้ตัดสินจากพฤติกรรมของตัวเองมากกว่าคะแนน เพราะเครื่องมือประเภทนี้ให้ประโยชน์ไม่เท่ากันสำหรับทุกคน
สิ่งที่ฉันชอบคือแนวคิดมีขอบเขตชัดเจน แอปไม่ได้พยายามเป็นโทรศัพท์ทั้งเครื่อง แต่เน้นทำให้ผู้ติดต่อที่คุณเลือกอยู่ใกล้มือขึ้น การออกแบบเช่นนี้ช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายกว่าแอปที่รวมฟังก์ชันจำนวนมาก และทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่าแอปมีคุณค่าในชีวิตประจำวันหรือไม่
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับคือทางลัดไม่สามารถแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ การโทรไม่ติด หรือความสับสนจากรายชื่อที่บันทึกผิดได้ นอกจากนี้ ประสบการณ์ยังขึ้นกับขนาดหน้าจอ เคส ตำแหน่งที่ถือ และความไวต่อการแตะขอบของแต่ละเครื่อง การทดลองใช้งานในสถานที่และท่าจับที่คุณใช้จริงจึงสำคัญกว่าการดูแนวคิดบนหน้าร้านเพียงอย่างเดียว
ถ้าจะเริ่มใช้ ฉันแนะนำให้ตั้งผู้ติดต่อที่จำเป็นเพียงไม่กี่คนก่อน ทดลองเรียกทางลัดด้วยมือข้างที่ใช้ประจำ แล้วลองในช่วงที่มีสัญญาณปกติและช่วงที่สัญญาณไม่ดีเพื่อเข้าใจขอบเขตของเครื่องมือ จากนั้นค่อยปรับรายชื่อและตำแหน่งให้เข้ากับชีวิตจริง วิธีนี้ช่วยให้รู้เร็วว่าแอปช่วยลดขั้นตอนได้จริง หรือเพียงเพิ่มอีกชั้นหนึ่งให้กับการโทร
โดยสรุป ฉันมองว่า Contact Edge เป็นแอปเครื่องมือขนาดเล็กที่มีประโยชน์แบบเจาะจงมาก มันเหมาะกับคนที่ต้องติดต่อผู้คนกลุ่มเดิมบ่อย ๆ และต้องการเรียกชื่อเหล่านั้นจากขอบหน้าจอโดยไม่เปิดสมุดโทรศัพท์เต็มรูปแบบ หากคุณให้ความสำคัญกับการใช้งานมือเดียวและความเร็วในช่วงสั้น ๆ แอปนี้น่าลอง แต่ถ้าคุณต้องการแอปที่จัดการการสื่อสารครบวงจร หรือคาดหวังให้การเชื่อมต่อทำงานได้แม้เครือข่ายมีปัญหา คุณควรมองหาเครื่องมือประเภทอื่นแทน
คำถามที่พบบ่อย
Contact Edge side bar คืออะไร และเหมาะกับผู้ใช้แบบไหน?
Contact Edge side bar เป็นแอปที่ช่วยให้เข้าถึงรายชื่อติดต่อได้รวดเร็วผ่านแถบด้านข้างของหน้าจอ โดยไม่ต้องเปิดแอปโทรศัพท์หรือรายชื่อทุกครั้ง ผู้ใช้สามารถเรียกดูและแตะเพื่อโทร ส่งข้อความ หรือใช้ช่องทางติดต่อที่รองรับได้ทันที เหมาะกับคนที่ติดต่อบุคคลเดิมบ่อย ๆ และต้องการประหยัดเวลาในการใช้งานบน Android
แอปนี้ทำงานอย่างไร และต้องเปิดแอปค้างไว้ตลอดเวลาหรือไม่?
หลังจากติดตั้ง ผู้ใช้ต้องตั้งค่าแอปและอนุญาตให้แสดงแถบด้านข้างเหนือแอปอื่น จากนั้นจึงกำหนดตำแหน่งหรือขอบหน้าจอสำหรับเรียกใช้งาน เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แถบทางลัดจะทำงานอยู่เบื้องหลัง จึงไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าหลักของแอปค้างไว้ แต่การทำงานอาจขึ้นอยู่กับการตั้งค่าประหยัดแบตเตอรี่และข้อจำกัดของระบบในแต่ละรุ่น
Contact Edge side bar ต้องขอสิทธิ์อะไรบ้าง และข้อมูลรายชื่อปลอดภัยหรือไม่?
แอปอาจขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อเพื่อแสดงชื่อ รูปภาพ และหมายเลขโทรศัพท์ รวมถึงสิทธิ์แสดงผลเหนือแอปอื่นเพื่อให้แถบด้านข้างปรากฏบนหน้าจอ ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบรายการสิทธิ์และนโยบายความเป็นส่วนตัวในหน้าดาวน์โหลด ผู้ใช้ควรให้เฉพาะสิทธิ์ที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการติดตั้งไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
สามารถปรับแต่งแถบด้านข้างและเลือกผู้ติดต่อที่ต้องการได้หรือไม่?
โดยทั่วไปแอปลักษณะนี้เปิดให้ผู้ใช้เลือกผู้ติดต่อที่ต้องการแสดงบนแถบทางลัด พร้อมปรับตำแหน่ง ขนาด ความโปร่งใส สี หรือรูปแบบการเรียกใช้งานได้ ทั้งนี้ตัวเลือกจริงอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันของแอปและอุปกรณ์ที่ใช้ หากมีรายชื่อจำนวนมาก ควรเลือกเฉพาะคนที่ติดต่อเป็นประจำ เพื่อให้แถบด้านข้างไม่ดูรกและยังแตะใช้งานได้สะดวก
Contact Edge side bar ใช้แบตเตอรี่หรือรบกวนการใช้งานหน้าจอหรือไม่?
เนื่องจากแอปต้องทำงานเบื้องหลังและใช้บริการแสดงผลเหนือแอปอื่น จึงอาจใช้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะบนเครื่องที่มีการเปิดบริการหลายรายการ อย่างไรก็ตามผลกระทบมักขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์และการตั้งค่า หากแถบกดโดนโดยไม่ตั้งใจ ควรย้ายตำแหน่งหรือปรับความไว และหากพบว่าแบตเตอรี่ลดเร็วผิดปกติ ให้ปิดการเริ่มทำงานอัตโนมัติหรือจำกัดการทำงานเบื้องหลัง











