Face Recognition
0.0 ซอฟต์แวร์ไลบรารีและเดโม อัปเดตเมื่อ 2 กันยายน 2569
ภาพหน้าจอ
ข้อดี
- ปลดล็อกอุปกรณ์ได้รวดเร็วและใช้งานสะดวกในชีวิตประจำวัน
- ไม่ต้องจำรหัสผ่านหรือพกอุปกรณ์เสริมเพื่อยืนยันตัวตน
- ทำงานได้ดีในสภาพแสงปกติและตรวจจับใบหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำ
- ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แอปหรือไฟล์ที่ต้องการจำกัดการเข้าถึง
- ตั้งค่าเริ่มต้นได้ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับผู้ใช้ทุกระดับ
ข้อเสีย
- อาจทำงานผิดพลาดเมื่อสวมหน้ากาก แว่นกันแดด หรือมีการเปลี่ยนแปลงใบหน้า
- ประสิทธิภาพลดลงในที่มืดหรือเมื่อกล้องมีสิ่งสกปรกบดบัง
- ผู้ใช้บางรายอาจกังวลเรื่องการจัดเก็บและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลใบหน้า
- ระบบอาจสับสนระหว่างบุคคลที่มีลักษณะใบหน้าคล้ายกัน
- การจดจำใบหน้าอาจใช้พลังงานและทรัพยากรเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
วิเคราะห์โดย Mobexer
ถ้าคุณกำลังมองหาแอปสำหรับทดลองแนวคิดเรื่อง การตรวจจับใบหน้าและการจดจำใบหน้า มากกว่าจะหาเครื่องมือพร้อมใช้สำหรับงานรักษาความปลอดภัยหรือการยืนยันตัวตน Face Recognition ของ MMM developers เป็นแอปที่น่าสนใจพอสมควร จุดเด่นของมันคือการเปิดทางให้ผู้ใช้ฝึกอบรมระบบและทดลองให้ระบบจดจำผู้ใช้ได้ด้วยตัวเอง แต่ความน่าสนใจนี้มาพร้อมข้อจำกัดสำคัญ: ผมมองว่าแอปเหมาะกับการเรียนรู้ การสาธิต และการทดลองส่วนตัว มากกว่าการนำไปแทนระบบมืออาชีพ
แอปนี้อยู่ในกลุ่มซอฟต์แวร์ไลบรารีและเดโม จึงควรตั้งความคาดหวังให้ตรงตั้งแต่แรก ไม่ใช่แอปกล้องทั่วไปที่เปิดมาแล้วได้ฟังก์ชันแต่งภาพ และไม่ใช่เครื่องมือจัดการผู้ติดต่อที่ใช้ใบหน้าเป็นทางลัด สิ่งที่ผมชอบคือแนวคิดค่อนข้างตรงไปตรงมา: ให้ผู้ใช้เห็นภาพว่าระบบเรียนรู้ใบหน้าอย่างไร และลองสังเกตว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมหรือข้อมูลที่ใช้ฝึกอย่างไร
ประสบการณ์ใช้งานที่ทำให้เห็นภาพของระบบจดจำใบหน้า
เมื่อมองจากหน้าที่หลัก Face Recognition มีคุณค่าในฐานะพื้นที่ทดลองมากกว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป การฝึกอบรมและการจดจำผู้ใช้ทำให้แอปมีบทบาทคล้ายเดโมเชิงเทคนิค ผู้ใช้สามารถเริ่มจากการทดลองกับใบหน้าของตนเองหรือคนใกล้ตัว แล้วดูว่าระบบตอบสนองต่อภาพและมุมมองที่แตกต่างกันอย่างไร ประสบการณ์แบบนี้ช่วยให้เข้าใจว่า “จดจำใบหน้า” ไม่ได้หมายถึงการมองครั้งเดียวแล้วแม่นยำเสมอไป
จุดแข็งที่ชัดเจนคือความเรียบง่ายของโจทย์ แอปไม่ได้พยายามทำหลายอย่างจนกลบวัตถุประสงค์หลัก หากคุณเป็นนักเรียน นักพัฒนาเริ่มต้น หรือคนที่กำลังศึกษาการประมวลผลภาพ การมีแอปที่เน้นการตรวจจับและจดจำโดยตรงช่วยให้โฟกัสกับพฤติกรรมของระบบได้ง่ายกว่าแอปกล้องที่เต็มไปด้วยฟิลเตอร์และเมนูเสริม
ผมแนะนำให้เริ่มทดลองในสภาพแสงคงที่ก่อน เช่น นั่งในตำแหน่งเดิม หันหน้าเข้าหากล้อง และให้ใบหน้าอยู่ในระยะใกล้เคียงกัน การเริ่มแบบนี้มีประโยชน์มากกว่าการรีบสรุปว่าแอปแม่นหรือไม่แม่น เพราะช่วยแยกปัญหาจากสภาพแวดล้อมออกจากปัญหาของกระบวนการฝึกได้ เมื่อผลลัพธ์เริ่มคงที่แล้วค่อยเปลี่ยนมุมหน้า ระยะห่าง หรือแสง เพื่อดูขอบเขตการทำงานจริง
อีกเคล็ดลับหนึ่งคืออย่าฝึกระบบด้วยภาพที่มีลักษณะเหมือนกันทุกภาพเกินไป หากใช้ภาพหน้าตรงในสภาพแสงเดียวทั้งหมด ระบบอาจดูเหมือนทำงานดีในสถานการณ์นั้น แต่ไม่จำเป็นต้องรับมือกับการเอียงหน้า แสงด้านข้าง หรือสีหน้าที่ต่างออกไปได้ดี การทดลองที่มีความหลากหลายพอดีจะทำให้เห็นข้อแลกเปลี่ยนระหว่างข้อมูลฝึกกับความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ได้ชัดกว่า
ในสถานการณ์ประจำวัน ผมสามารถนึกภาพการใช้แอปนี้ในห้องเรียนหรือเวิร์กช็อปได้ดี เช่น ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละคนทดลองฝึกใบหน้า แล้วเปรียบเทียบผลเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งยืนหน้ากล้อง กิจกรรมแบบนี้ทำให้คำอธิบายเรื่องข้อมูลตัวอย่างและความคลาดเคลื่อนจับต้องได้มากกว่าการอ่านทฤษฎีเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนยังได้ฝึกคิดอย่างมีเหตุผลว่า ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดเกิดจากข้อมูลฝึก มุมกล้อง แสง หรือเงื่อนไขอื่นกันแน่
สำหรับการสาธิตส่วนตัว แอปยังเหมาะกับการทดลองเล็ก ๆ เช่น ฝึกใบหน้าของคนในครอบครัวแล้วให้แต่ละคนลองเข้าหากล้องจากมุมต่างกัน อย่างไรก็ตาม ผมจะใช้วิธีนี้เพื่อความเข้าใจเชิงเทคนิค ไม่ใช่เพื่อสรุปตัวตนของคนจากผลลัพธ์เพียงครั้งเดียว เพราะระบบลักษณะนี้อาจตอบสนองผิดได้ และผลการจดจำไม่ควรถูกตีความเป็นหลักฐานยืนยันบุคคลในบริบทจริงจัง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มฝึกใบหน้า
คำถามแรกที่ผู้ใช้มักมีคือควรฝึกอย่างไรให้ได้ผลดี คำตอบจากประสบการณ์ใช้งานลักษณะนี้คือควรควบคุมตัวแปรทีละอย่าง เริ่มด้วยใบหน้าเดียวและสภาพแสงที่ไม่เปลี่ยนมาก จากนั้นจึงทดสอบภาพใหม่ หากเปลี่ยนทั้งแสง ระยะ และมุมหน้าในครั้งเดียว คุณจะไม่รู้ว่าปัจจัยใดทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นหรือแย่ลง
ควรหลีกเลี่ยงการทดลองที่ทำให้คนอื่นรู้สึกว่ากำลังถูกติดตามหรือถูกบันทึกโดยไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ ผมมองว่าการใช้กับใบหน้าของตนเองหรือผู้ที่ยินยอมอย่างชัดเจนเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า โดยเฉพาะเมื่อแอปถูกนำไปใช้ในห้องเรียนหรือกิจกรรมกลุ่ม ควรอธิบายให้ทุกคนรู้ว่าเป็นการสาธิตและผลลัพธ์อาจผิดพลาดได้
คำถามต่อมาคือแอปเหมาะกับการยืนยันตัวตนหรือไม่ สำหรับงานสำคัญ ผมไม่แนะนำให้ใช้เป็นตัวตัดสินเพียงชั้นเดียว การปลดล็อกบัญชี การตรวจสอบสิทธิ์ หรือการควบคุมการเข้าถึงควรใช้ระบบที่ออกแบบมาเฉพาะด้าน มีการจัดการความปลอดภัยและการป้องกันการหลอกระบบอย่างเหมาะสม Face Recognition มีประโยชน์ในฐานะเดโมและเครื่องมือเรียนรู้ แต่บทบาทนั้นแตกต่างจากระบบยืนยันตัวตนที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเมื่อจำผิดหรือปฏิเสธคนที่ถูกต้อง
ข้อจำกัดที่ทำให้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
ข้อจำกัดหลักไม่ได้อยู่ที่แนวคิด แต่คือความคาดหวังของผู้ใช้ หากดาวน์โหลดโดยคิดว่าจะได้เครื่องมือสแกนใบหน้าที่แม่นยำสำหรับใช้งานจริง อาจรู้สึกว่าแอปเรียบง่ายเกินไป เพราะแก่นของมันคือการทดลองกระบวนการฝึกและการจดจำ ไม่ใช่การสร้างระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร
ผลลัพธ์ของการจดจำใบหน้ามีโอกาสเปลี่ยนตามสภาพแสง ตำแหน่งกล้อง ระยะห่าง และท่าทางของผู้ใช้ แม้แอปจะตรวจจับใบหน้าได้ แต่การตรวจจับว่ามีใบหน้าอยู่ในภาพไม่เท่ากับการระบุว่าเป็นใครอย่างถูกต้องเสมอไป ความแตกต่างระหว่างสองขั้นตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ผมไม่อยากให้ผู้ใช้สรุปความสามารถของแอปจากการสาธิตสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
อีกจุดที่ต้องยอมรับคือผู้ใช้ต้องมีความอดทนกับการทดลองมากกว่าแอปทั่วไป หากคุณต้องการเปิดแล้วใช้งานทันทีโดยไม่ต้องปรับวิธีถ่ายหรือคิดเรื่องข้อมูลฝึก แอปนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่สนุกที่สุด ในทางกลับกัน คนที่ชอบสังเกตและปรับขั้นตอนจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะทุกความผิดพลาดสามารถนำมาใช้ตั้งคำถามต่อได้
ผมยังมองว่าการจัดการข้อมูลใบหน้าเป็นเรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษ แม้การทดลองจะเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ของคุณเอง ผู้ใช้ก็ควรเลือกข้อมูลอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช้ใบหน้าของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เก็บหรือส่งต่อผลการทดลองในลักษณะที่ทำให้คนอื่นเสียสิทธิ์ ความสะดวกของการทดลองไม่ควรสำคัญกว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ถูกบันทึก
ในแง่ความเข้ากันได้ แอปรองรับอุปกรณ์ที่ใช้ Android 7.0 ขึ้นไป จึงเปิดโอกาสให้คนที่มีโทรศัพท์รุ่นไม่ใหม่มากนักได้ทดลอง แต่ประสบการณ์จริงยังขึ้นกับกล้องและประสิทธิภาพของอุปกรณ์แต่ละเครื่อง ผมจึงแนะนำให้ใช้เครื่องที่มีกล้องทำงานปกติและมีแสงเพียงพอ หากภาพจากกล้องไม่ชัด การประเมินตัวแอปก็จะไม่ยุติธรรมตั้งแต่ต้น
เหมาะกับใคร และใครควรเลือกทางอื่น
กลุ่มที่เหมาะที่สุดคือผู้เรียนด้านการเขียนโปรแกรมหรือการประมวลผลภาพ ผู้สอนที่ต้องการเดโมแนวคิดพื้นฐาน และผู้ใช้ที่สนใจทดลองว่าโมเดลจดจำใบหน้าตอบสนองต่อข้อมูลอย่างไร แอปฟรีจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับการเรียนรู้โดยไม่ต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่หรือเครื่องมือที่ซับซ้อนเกินไป
นักพัฒนาแอปมือใหม่ก็อาจใช้เป็นเครื่องมือประกอบการทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงานได้ โดยเฉพาะการคิดเรื่องชุดข้อมูลทดสอบและการแยก “การตรวจพบ” ออกจาก “การระบุบุคคล” ผมเห็นคุณค่าของแอปในจุดนี้ เพราะมันชวนให้ผู้ใช้ตั้งคำถามกับผลลัพธ์แทนที่จะเชื่อว่าการจับคู่ใบหน้าจะถูกต้องโดยอัตโนมัติ
คนที่ควรข้ามแอปนี้คือผู้ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับบ้าน ร้านค้า หรือองค์กร ผู้ที่ต้องการล็อกอินด้วยใบหน้าแบบจริงจัง และผู้ที่คาดหวังฟังก์ชันจัดการผู้ใช้แบบละเอียด หากเป้าหมายคือความน่าเชื่อถือ การตรวจสอบสิทธิ์ หรือการทำงานต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนตลอดเวลา ระบบเฉพาะทางย่อมเหมาะกว่า
เมื่อเทียบกับแอปกล้องทั่วไป Face Recognition มีจุดแข็งที่การทดลองเชิงแนวคิด แต่ย่อมมีเครื่องมือเพื่อความบันเทิงและการถ่ายภาพที่ใช้งานง่ายกว่า หากคุณต้องการเพียงเอฟเฟกต์ใบหน้า การจัดแสงอัตโนมัติ หรือการถ่ายรูปที่ดูดี แอปกล้องหรือแอปโซเชียลจะตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน ส่วนเมื่อเทียบกับไลบรารีสำหรับนักพัฒนาโดยตรง แอปนี้เริ่มต้นง่ายกว่า แต่ให้การควบคุมและการปรับแต่งน้อยกว่าการสร้างโครงการเอง
สถานะของแอปในฐานะซอฟต์แวร์ไลบรารีและเดโมทำให้การเปรียบเทียบต้องดูเป้าหมายเป็นหลัก ถ้าคุณต้องการเรียนรู้เร็วและเห็นแนวคิดผ่านการทดลองบนโทรศัพท์ แอปนี้มีประโยชน์ แต่ถ้าต้องการนำผลไปสร้างผลิตภัณฑ์จริง คุณควรใช้มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แล้วศึกษาวิธีทดสอบ ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยเพิ่มเติม
รายละเอียดการติดตั้งและความคาดหวังในการใช้งาน
Face Recognition เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี และมีผู้ติดตั้งมากกว่าแสนครั้ง จึงพอสะท้อนว่าเป็นแอปที่มีคนสนใจในวงกว้างพอสมควร ตัวแอปเปิดตัวเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 และรุ่นปัจจุบันคือรุ่น 33 รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านประเมินได้ว่าแอปไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษ แต่มีการเผยแพร่ให้ใช้งานจริง
การจัดระดับเนื้อหาอยู่ที่ประเภท 3+ จึงเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปในแง่การจัดหมวดอายุ แต่ผู้ปกครองหรือผู้สอนก็ควรอธิบายเรื่องการยินยอมและความเป็นส่วนตัวควบคู่ไปด้วย การจัดระดับอายุไม่ได้หมายความว่าข้อมูลใบหน้าควรถูกใช้โดยไม่ต้องคิดถึงผลกระทบต่อบุคคลอื่น
ก่อนเริ่มใช้งาน ผมแนะนำให้กำหนดเป้าหมายสั้น ๆ เช่น ต้องการดูว่ามุมหน้ามีผลอย่างไร หรืออยากทำเดโมเรื่องความแตกต่างระหว่างการตรวจจับกับการจดจำ จากนั้นจดผลที่สังเกตได้ในแต่ละการทดลอง วิธีนี้ทำให้แอปมีคุณค่ามากกว่าการลองเปิดกล้องแล้วตัดสินจากความรู้สึก เพราะคุณจะได้ข้อสรุปที่นำไปอธิบายต่อหรือใช้วางแผนการทดลองครั้งถัดไป
ถ้าระบบจำผิด อย่ารีบฝึกซ้ำแบบสุ่ม ให้ย้อนดูเงื่อนไขก่อนหน้า ภาพมีแสงย้อนหรือไม่ ใบหน้าอยู่ในกรอบชัดหรือเปล่า และข้อมูลที่ใช้ฝึกมีความหลากหลายพอหรือยัง การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ดีที่สุดจากแอปนี้ และเป็นทักษะที่นำไปใช้กับงานประมวลผลภาพอื่นได้
คำตัดสินสำหรับผู้ที่กำลังเลือกดาวน์โหลด
โดยรวมแล้ว ผมมองว่า Face Recognition เป็นแอปเดโมที่มีจุดยืนชัดเจนและมีประโยชน์เมื่อใช้ถูกบริบท มันทำให้การทดลองเรื่องใบหน้าเข้าถึงได้ง่าย เหมาะกับการเรียน การสาธิต และการสำรวจข้อจำกัดของระบบจดจำมากกว่าการนำไปใช้งานที่ต้องการความแม่นยำหรือความปลอดภัยสูง
จุดคุ้มค่าที่สุดของแอปคือการทำให้ผู้ใช้เห็นด้วยตัวเองว่า “ข้อมูลฝึก” และ “สภาพแวดล้อม” มีผลต่อการจดจำมากเพียงใด หากคุณพร้อมทดลองอย่างมีระบบและเคารพความเป็นส่วนตัวของคนในภาพ แอปฟรีจาก MMM developers ก็น่าเพิ่มไว้ในชุดเครื่องมือเรียนรู้ โดยเฉพาะบนอุปกรณ์ที่ใช้ Android 7.0 ขึ้นไป
แต่ถ้าคุณต้องการคำตอบแบบใช้งานจริง เช่น ระบบสแกนเพื่ออนุญาตให้ผ่าน หรือเครื่องมือระบุตัวบุคคลที่ต้องเชื่อถือได้ ผมแนะนำให้มองหาซอฟต์แวร์เฉพาะทางแทน สรุปสั้น ๆ คือ Face Recognition เหมาะสำหรับทำความเข้าใจเทคโนโลยี ไม่ใช่ฝากความปลอดภัยทั้งหมดไว้กับมัน และเมื่อใช้ด้วยความเข้าใจนี้ แอปก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมาและมีคุณค่ากว่าที่คำอธิบายสั้น ๆ อาจทำให้คาดหวัง
คำถามที่พบบ่อย
Face Recognition คืออะไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง?
Face Recognition คือแอปที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อวิเคราะห์และระบุลักษณะใบหน้าจากภาพถ่ายหรือกล้องของอุปกรณ์ โดยทั่วไปสามารถใช้ค้นหาความคล้ายคลึง เปรียบเทียบใบหน้า จัดหมวดหมู่รูปภาพ หรือทดลองฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความบันเทิงได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถจริงอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน ระบบปฏิบัติการ และสิทธิ์ที่ผู้ใช้อนุญาตให้แอปเข้าถึง
Face Recognition ปลอดภัยต่อข้อมูลส่วนตัวและรูปภาพหรือไม่?
ก่อนใช้งานควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บภาพใบหน้า การส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ และระยะเวลาการเก็บรักษา ข้อมูลใบหน้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน ผู้ใช้ควรดาวน์โหลดจากแหล่งทางการ ตรวจสอบผู้พัฒนา และหลีกเลี่ยงการอัปโหลดภาพสำคัญหรือภาพของบุคคลอื่น หากยังไม่เข้าใจว่าแอปนำข้อมูลไปใช้อย่างไร
แอปต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือสามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้หรือไม่?
การใช้งานขึ้นอยู่กับวิธีประมวลผลของแอป บางฟีเจอร์อาจทำงานบนอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ขณะที่การวิเคราะห์ใบหน้าแบบละเอียดหรือการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์อาจจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ควรตรวจสอบคำอธิบายในหน้าดาวน์โหลดและทดลองปิดการเชื่อมต่อเพื่อดูว่าฟีเจอร์ใดใช้งานได้จริง รวมถึงระวังค่าอินเทอร์เน็ตจากการอัปโหลดรูปภาพจำนวนมาก
Face Recognition รองรับโทรศัพท์รุ่นใด และต้องให้สิทธิ์อะไรบ้าง?
แอปมักต้องการโทรศัพท์ที่มีกล้องและใช้ระบบ Android หรือ iOS เวอร์ชันที่รองรับ แต่ประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันตามคุณภาพกล้อง หน่วยประมวลผล และพื้นที่ว่างในเครื่อง สิทธิ์ที่พบบ่อย ได้แก่ กล้อง รูปภาพหรือไฟล์ และบางกรณีอาจรวมถึงการแจ้งเตือน ควรอนุญาตเฉพาะสิทธิ์ที่จำเป็น และปฏิเสธสิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของแอป
ผลการจดจำใบหน้ามีความแม่นยำแค่ไหน และควรเชื่อถือได้หรือไม่?
ผลลัพธ์ของการจดจำใบหน้าไม่ควรถือเป็นข้อสรุปที่ถูกต้องเสมอไป เพราะความแม่นยำได้รับผลกระทบจากแสง มุมกล้อง สีหน้า ความละเอียดของภาพ การสวมแว่นหรือหน้ากาก และความหลากหลายของใบหน้า แอปอาจแสดงผลเป็นการคาดการณ์หรือคะแนนความคล้ายคลึงเท่านั้น จึงไม่ควรใช้ผลลัพธ์เพื่อตัดสินตัวตน ความปลอดภัย หรือเรื่องสำคัญโดยไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม











