Dhamma Payeik

4.8 หนังสือและข้อมูลอ้างอิง อัปเดตเมื่อ 2 กันยายน 2569

Dhamma Payeik icon
โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot
Dhamma Payeik screenshot

ข้อดี

  • รวมพระธรรมคำสอนและบทสวดไว้ในแอปเดียว
  • ค้นหาเนื้อหาธรรมะได้สะดวก เหมาะกับการอ่านทุกวัน
  • ใช้งานง่าย เมนูไม่ซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
  • ช่วยให้เข้าถึงหลักธรรมได้ทุกที่โดยไม่ต้องพกหนังสือ
  • เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษาพุทธศาสนา

ข้อเสีย

  • เนื้อหาบางส่วนอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • รูปแบบการนำเสนอเน้นข้อความ อาจไม่ดึงดูดผู้ชอบสื่อภาพ
  • ไม่มีฟังก์ชันโต้ตอบหรือชุมชนสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
  • การค้นหาอาจไม่ครอบคลุมคำสะกดหรือหัวข้อที่หลากหลาย
  • ประสบการณ์ใช้งานบนหน้าจอขนาดเล็กอาจอ่านยาก
โฆษณา

Mobexer วิเคราะห์โดย Mobexer

ถ้าคุณอยากมีแหล่งอ่านธรรมะติดตัวไว้เปิดดูเป็นช่วงสั้น ๆ ระหว่างวัน Dhamma Payeik เป็นแอปที่น่าสนใจมากกว่าการเป็นเพียงหนังสือดิจิทัลที่วางอยู่บนหน้าจอมือถือ ในมุมมองของฉัน จุดเด่นของแอปนี้คือความเรียบง่ายและการเข้าถึงคำสอนโดยไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าต้องเตรียมตัวมากมายก่อนเริ่มอ่าน มันเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับทบทวนใจ มากกว่าคนที่กำลังมองหาหลักสูตรพุทธศาสนาแบบเป็นระบบหรือเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึก

แอปนี้อยู่ในกลุ่มหนังสือและข้อมูลอ้างอิง พัฒนาโดย DSoe Htet และเปิดให้ใช้งานฟรี จึงเริ่มต้นได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ที่อยากลองอ่านโดยไม่ต้องตัดสินใจเรื่องค่าใช้จ่ายก่อน ฉันมองว่าความคุ้มค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณฟังก์ชัน แต่อยู่ที่การทำให้เนื้อหาธรรมะอยู่ใกล้มือในจังหวะที่เราต้องการหยุดคิดสักครู่

ประสบการณ์อ่านที่เหมาะกับช่วงเวลาสั้น ๆ

เมื่อใช้แอปประเภทนี้ ฉันมักไม่คาดหวังหน้าตาที่หวือหวาหรือระบบซับซ้อน เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือการพาผู้อ่านไปถึงเนื้อหาให้เร็วที่สุด Dhamma Payeik ให้ความรู้สึกในแนวนั้น คือเป็นคู่มือพกพาสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสปัญญาของพระพุทธศาสนาในระหว่างเดินทางหรือในเวลาว่าง ความเรียบง่ายจึงเป็นทั้งบุคลิกและเหตุผลที่ทำให้แอปนี้ใช้งานได้ตรงจุด

ฉันคิดว่าผู้ใช้ใหม่ควรเริ่มจากการเปิดอ่านโดยไม่ตั้งเป้าว่าต้องเข้าใจทุกประโยคในครั้งเดียว ธรรมะบางส่วนต้องใช้เวลาทบทวน และการอ่านผ่านมือถืออาจทำให้เรารีบเลื่อนหน้าจอโดยไม่ทันสังเกตความหมาย วิธีที่ได้ผลกว่าคืออ่านทีละช่วง แล้วหยุดถามตัวเองว่าเนื้อหานั้นเชื่อมโยงกับอารมณ์หรือเหตุการณ์ในวันนั้นอย่างไร

ในวันที่มีเวลาน้อย แอปนี้เหมาะกับการเปิดอ่านก่อนเริ่มงาน ระหว่างพัก หรือก่อนนอน โดยไม่จำเป็นต้องจัดช่วงเวลายาวเป็นพิเศษ ฉันพบว่าการใช้แอปธรรมะแบบนี้จะมีประโยชน์ที่สุดเมื่อเราไม่พยายามเปลี่ยนมันให้เป็นงานที่ต้องทำให้ครบ แต่ใช้เป็นเครื่องเตือนใจสั้น ๆ ให้กลับมาอยู่กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

จุดที่ฉันชอบคือแนวคิดของการมีเนื้อหาอยู่ในโทรศัพท์เครื่องเดียวกับเครื่องมือที่เราใช้ติดต่อและทำงาน แม้มือถือจะเป็นแหล่งรบกวนได้ง่าย แต่ก็กลายเป็นพื้นที่สำหรับพักจากการแจ้งเตือนและความเร่งรีบได้เช่นกัน เพียงปิดสิ่งรบกวนรอบตัวสักครู่ แล้วอ่านอย่างตั้งใจ ประสบการณ์จะต่างจากการเลื่อนดูข้อความทั่วไปมาก

วิธีใช้ให้ได้ประโยชน์มากกว่าการอ่านผ่าน ๆ

เคล็ดลับแรกคืออย่าเปิดแอปเฉพาะเวลาที่รู้สึกเครียดมากแล้วเท่านั้น การอ่านในวันที่อารมณ์ปกติช่วยให้เราค่อย ๆ คุ้นกับแนวคิดและสังเกตตัวเองได้ละเอียดกว่า เมื่อเกิดปัญหาจริง เราจะนึกถึงหลักที่อ่านไว้ได้ง่ายขึ้น แทนที่จะพยายามหาคำตอบแบบเร่งด่วนตอนใจไม่พร้อม

เคล็ดลับที่สองคือใช้การอ่านเป็นจุดเริ่มต้นของการสังเกต ไม่ใช่บทสรุปแทนประสบการณ์ของตัวเอง หลังอ่านจบ ฉันแนะนำให้เลือกประเด็นหนึ่งแล้วนำไปทดลองกับเรื่องเล็ก ๆ เช่น การตอบข้อความที่ทำให้หงุดหงิด การรับฟังคนในครอบครัว หรือการสังเกตความคิดก่อนตัดสินใจ วิธีนี้ทำให้เนื้อหาไม่หยุดอยู่แค่บนหน้าจอ

เคล็ดลับที่สามคือกำหนดจังหวะการอ่านให้เหมาะกับอุปกรณ์มือถือ หากอ่านนานแล้วล้าตา ให้แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ และกลับมาอ่านต่อภายหลัง การฝืนอ่านจนหมดอาจทำให้จำเนื้อหาได้น้อยกว่าการอ่านอย่างมีสมาธิทีละนิด สำหรับฉัน การอ่านสั้นแต่สม่ำเสมอมีคุณค่ากว่าการเปิดครั้งเดียวแล้วไม่ได้กลับมาอีก

อีกวิธีหนึ่งที่ใช้ได้จริงคือเลือกสถานที่ที่มีสิ่งรบกวนน้อย แม้แอปจะอยู่ในโทรศัพท์ แต่ไม่ได้หมายความว่าควรอ่านไปพร้อมกับสลับไปดูแอปอื่น การวางโทรศัพท์ในโหมดที่ลดการแจ้งเตือน แล้วให้เวลาตัวเองเพียงช่วงหนึ่ง ช่วยให้การอ่านมีลักษณะใกล้เคียงกับการนั่งอ่านหนังสือมากขึ้น

สถานการณ์ประจำวันที่แอปนี้ทำหน้าที่ได้ดี

ลองนึกภาพคนที่เพิ่งประชุมงานเสร็จและรู้สึกหงุดหงิดจากบทสนทนาที่ไม่เป็นไปตามคาด แทนที่จะเปิดโซเชียลมีเดียต่อทันที เขาสามารถใช้เวลาสั้น ๆ กับ Dhamma Payeik เพื่อชะลอการตอบสนอง แล้วพิจารณาว่าความโกรธเกิดขึ้นอย่างไร การอ่านไม่ได้ลบปัญหาออกไป แต่ช่วยสร้างช่องว่างระหว่างอารมณ์กับการกระทำ ซึ่งเป็นประโยชน์มากในชีวิตจริง

นักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังเริ่มสนใจพุทธศาสนาก็อาจใช้แอปนี้เป็นประตูบานแรกได้ โดยอ่านเพื่อทำความคุ้นเคยกับแนวคิดและคำสอน จากนั้นจึงค้นคว้าต่อจากหนังสือหรือครูผู้รู้เมื่อพบประเด็นที่อยากเข้าใจมากขึ้น ฉันไม่แนะนำให้ใช้แอปเดียวเป็นแหล่งอ้างอิงสุดท้ายสำหรับการศึกษาเชิงวิชาการ แต่สำหรับการเริ่มต้นและทบทวนส่วนตัว แอปมีบทบาทที่เหมาะสม

คนทำงานที่เดินทางบ่อยอาจชอบแนวคิดของคู่มือธรรมะในกระเป๋า เพราะไม่ต้องพกหนังสือเล่มใหญ่หรือจัดพื้นที่อ่านแบบจริงจังทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จะขึ้นอยู่กับนิสัยของแต่ละคน หากคุณอ่านหนังสือกระดาษได้มีสมาธิกว่าและมักเสียสมาธิเมื่อใช้โทรศัพท์ หนังสือเล่มจริงอาจยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้

ความเรียบง่ายที่เป็นจุดแข็งก็ทำให้แอปอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม หากคุณต้องการระบบเรียนเป็นบท มีแบบฝึกหัด การติดตามความก้าวหน้า หรือเครื่องมือช่วยค้นคว้าแบบละเอียด คุณอาจรู้สึกว่าแอปนี้มีขอบเขตแคบกว่าที่คาดหวัง แอปทำหน้าที่เป็นแหล่งอ่านและทบทวน มากกว่าจะเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ครบวงจร

อีกข้อจำกัดคือการอ่านธรรมะผ่านหน้าจออาจทำให้เกิดพฤติกรรมแบบเดียวกับการอ่านเนื้อหาออนไลน์ทั่วไป เราอาจเลื่อนเร็ว อ่านไม่จบ หรือจำได้เพียงประโยคที่สะดุดตา นี่ไม่ใช่ปัญหาของเนื้อหาโดยตรง แต่เป็นข้อจำกัดของพฤติกรรมการใช้มือถือ ผู้ที่ต้องการความลึกควรตั้งใจจัดสภาพแวดล้อมและเวลาให้เหมาะสม

ฉันยังมองว่าผู้ใช้ที่ต้องการคำอธิบายตามบริบทส่วนตัวควรมีความคาดหวังอย่างระมัดระวัง แอปสามารถเป็นเพื่อนช่วยทบทวน แต่ไม่สามารถแทนการสนทนากับพระอาจารย์ ครูผู้สอน หรือผู้มีประสบการณ์ได้ในทุกกรณี โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติอย่างละเอียดหรือปัญหาชีวิตที่มีหลายปัจจัย

สำหรับคนที่ต้องการเนื้อหาในภาษาเฉพาะ ต้องพิจารณาความถนัดในการอ่านของตัวเองก่อนติดตั้ง หากอ่านแล้วต้องแปลทุกประโยค ประโยชน์ของการใช้เป็นเครื่องมือพักใจอาจลดลง เพราะพลังส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับการทำความเข้าใจภาษาแทนการใคร่ครวญเนื้อหา จุดนี้ทำให้แอปเหมาะที่สุดกับคนที่อ่านเนื้อหาภายในได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การมีเวอร์ชันปัจจุบันเป็น 2.3.1 และรองรับระบบปฏิบัติการตั้งแต่ 7.0 ช่วยให้ผู้ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าจำนวนมากยังมีโอกาสใช้งานได้ ฉันมองว่านี่เป็นข้อดีเชิงปฏิบัติ เพราะแอปอ่านหนังสือไม่จำเป็นต้องบังคับให้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เพื่อเข้าถึงเนื้อหา แต่ก่อนติดตั้งก็ควรตรวจสอบพื้นที่ว่างและความเข้ากันได้กับโทรศัพท์ของตัวเองตามปกติ

ใครน่าจะชอบ และใครควรมองหาทางเลือกอื่น

Dhamma Payeik เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากมีแหล่งอ่านธรรมะในโทรศัพท์ ผู้ที่ต้องการทบทวนคำสอนเป็นระยะ และคนที่ชอบเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเริ่มจากระบบที่ซับซ้อน ความเป็นแอปฟรีทำให้ทดลองใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องผูกพันกับการสมัครสมาชิกหรือการซื้อหนังสือก่อนตัดสินใจ

ผู้ใช้ที่มีพื้นฐานพุทธศาสนาอยู่แล้วก็อาจใช้เป็นเครื่องมือเตือนความจำได้ แต่คุณค่าจะขึ้นอยู่กับวิธีอ่าน หากเปิดดูเพียงเพื่อผ่านเวลา อาจไม่ได้ประโยชน์มากนัก ในทางกลับกัน หากเลือกข้อความหรือแนวคิดมาพิจารณากับเหตุการณ์จริง แอปจะมีความหมายมากขึ้น แม้ใช้ครั้งละไม่นาน

เด็กและครอบครัวที่กำลังมองหาเนื้อหาซึ่งเหมาะกับผู้ใช้อายุน้อยสามารถพิจารณาได้ เพราะแอประบุระดับเนื้อหาเป็นประเภท 3+ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองยังควรช่วยแนะนำวิธีอ่านและอธิบายคำที่เด็กไม่เข้าใจ ระดับอายุไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะเข้าใจแนวคิดทางธรรมะได้เท่ากัน

ในทางตรงกันข้าม คนที่ต้องการเสียงบรรยาย การทำสมาธิแบบมีผู้นำ หรือชุมชนสำหรับแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาจเหมาะกับแอปอีกประเภทมากกว่า เช่น เครื่องมือฝึกสมาธิหรือแพลตฟอร์มการเรียนที่มีผู้สอน จุดประสงค์ของ Dhamma Payeik อยู่ที่การอ่านและการอ้างอิง จึงไม่ควรคาดหวังประสบการณ์แบบคอร์สหรือการสนทนาโต้ตอบ

ถ้าคุณเป็นนักวิจัยหรือผู้เรียนระดับจริงจัง ฉันแนะนำให้ใช้แอปนี้เป็นชั้นแรกของการค้นคว้า แล้วตรวจสอบความหมายกับหนังสืออ้างอิงและแหล่งการศึกษาที่เชื่อถือได้เพิ่มเติม การอ่านจากหน้าจอช่วยให้เข้าถึงแนวคิดได้สะดวก แต่การเข้าใจศัพท์ บริบท และแนวตีความอาจต้องอาศัยแหล่งข้อมูลหลายรูปแบบ

ภาพรวมจากการใช้งานและความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ใช้

ตัวเลขการใช้งานของแอปสะท้อนว่ามีผู้ติดตั้งมากกว่า 500K ครั้ง และมีคะแนนเฉลี่ย 4.8 จากประมาณ 1.7K ratings ภาพรวมนี้ทำให้ฉันมองว่าแอปมีแรงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อย แต่คะแนนสูงไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ เพราะประสบการณ์ด้านธรรมะขึ้นอยู่กับภาษา รูปแบบการอ่าน และความคาดหวังส่วนตัวมากกว่าการใช้แอปทั่วไป

มีรีวิวอยู่ 29 รายการ ซึ่งช่วยให้เห็นว่าผู้ใช้บางส่วนให้ความสนใจกับแอปอย่างจริงจัง แต่ฉันจะใช้ข้อมูลนี้เป็นเพียงสัญญาณประกอบ ไม่ใช่คำรับรองว่าแอปจะเหมาะกับทุกคน สิ่งที่ควรทำที่สุดคือทดลองอ่านด้วยตัวเอง แล้วสังเกตว่ารูปแบบการนำเสนอช่วยให้คุณมีสมาธิและเข้าใจเนื้อหาหรือไม่

แอปเปิดตัวเมื่อ 21 ม.ค. 2562 และยังมีการระบุเวอร์ชัน 2.3.1 สำหรับการใช้งานในปัจจุบัน สำหรับฉัน อายุของแอปไม่ได้เป็นข้อเสียโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะแอปหนังสือที่หน้าที่หลักคือการนำเสนอเนื้อหา สิ่งสำคัญกว่าคือความเสถียร ความอ่านง่าย และการที่ผู้ใช้สามารถกลับมาเปิดอ่านได้โดยไม่รู้สึกยุ่งยาก

คำตัดสินสำหรับคนที่กำลังจะติดตั้ง

ฉันมองว่า Dhamma Payeik เป็นแอปที่มีจุดยืนชัดเจน: ให้คำสอนและเนื้อหาธรรมะอยู่ใกล้ตัวในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ไม่พยายามทำตัวเป็นทั้งห้องเรียน นักบำบัด หรือชุมชนออนไลน์ในเวลาเดียวกัน ความชัดเจนนี้ทำให้มันเหมาะกับผู้ที่ต้องการอ่านเพื่อหยุดคิด ทบทวน และค่อย ๆ นำแนวคิดไปใช้กับชีวิตประจำวัน

ข้อควรจำคืออย่าใช้คะแนนหรือจำนวนผู้ติดตั้งแทนการทดลองจริง แม้แอปจะมีคะแนนเฉลี่ย 4.8 และผู้ใช้จำนวนมาก แต่คำถามสำคัญกว่าคือคุณอ่านแล้วรู้สึกเข้าใจและมีสติขึ้นหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ ความเรียบง่ายของแอปก็กลายเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจน

สำหรับฉัน จุดแข็งที่สุดคือการเปลี่ยนช่วงเวลาว่างเล็ก ๆ ให้เป็นโอกาสทบทวนตัวเอง ส่วนจุดอ่อนคือผู้ใช้ต้องสร้างวินัยและบริบทในการอ่านเอง ไม่มีระบบซับซ้อนมาคอยผลักดันหรืออธิบายทุกอย่างให้เสร็จ หากคุณต้องการคู่มือพกพาที่เปิดอ่านได้ง่ายและพร้อมใช้ในวันที่อยากกลับมาอยู่กับความคิดของตัวเอง แอปนี้ควรค่าแก่การลอง โดยเฉพาะเมื่อไม่มีค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้น

สรุปแล้ว ฉันแนะนำ Dhamma Payeik ให้กับคนที่ต้องการแหล่งอ่านธรรมะส่วนตัวบน Android รุ่นที่ยังรองรับ และพร้อมใช้การอ่านเป็นการฝึกสังเกต ไม่ใช่เพียงการสะสมข้อความ ส่วนคนที่ต้องการบทเรียนแบบโต้ตอบ เสียงนำสมาธิ หรือการอ้างอิงเชิงวิชาการเต็มรูปแบบ ควรมองหาเครื่องมือเสริมที่ตรงกับเป้าหมายนั้นมากกว่า แต่ในฐานะ แอปหนังสือธรรมะฟรีสำหรับการอ่านระหว่างวัน มันทำหน้าที่ของตัวเองได้ตรงและน่าใช้

คำถามที่พบบ่อย

Dhamma Payeik คือแอปอะไร และเหมาะกับใคร?

Dhamma Payeik เป็นแอปที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาด้านพระพุทธศาสนาและธรรมะได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านหรือศึกษาหลักธรรมในชีวิตประจำวัน ผู้เริ่มต้นที่อยากทำความเข้าใจคำสอน และผู้ที่ต้องการทบทวนเนื้อหาอย่างเป็นระบบ ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบว่าเนื้อหาและภาษาที่รองรับตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่

Dhamma Payeik มีเนื้อหาและฟีเจอร์อะไรบ้าง?

จากการใช้งาน แอปเน้นการนำเสนอเนื้อหาธรรมะในรูปแบบที่อ่านและค้นหาได้ง่าย ผู้ใช้สามารถเปิดดูหัวข้อที่สนใจ ทบทวนคำสอน และใช้แอปเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการศึกษาส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางอย่างอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน ระบบปฏิบัติการ หรือการอัปเดตของผู้พัฒนา จึงควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดบนหน้าดาวน์โหลดก่อนติดตั้ง

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งาน Dhamma Payeik หรือไม่?

การใช้งานบางส่วนของ Dhamma Payeik อาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการดาวน์โหลดข้อมูล การอัปเดตเนื้อหา หรือการเปิดฟังก์ชันที่เชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์ ส่วนเนื้อหาที่ถูกบันทึกไว้ในเครื่องอาจเปิดอ่านแบบออฟไลน์ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของเวอร์ชันที่ติดตั้ง แนะนำให้ทดสอบหลังดาวน์โหลด และตรวจสอบการใช้ดาต้าหากใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือ

Dhamma Payeik ดาวน์โหลดฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายภายในแอป?

ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อมูลใน Google Play Store หรือ App Store ของภูมิภาคตนเองก่อนดาวน์โหลด เพราะรูปแบบการให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ บางเวอร์ชันอาจเปิดให้ใช้งานฟรีทั้งหมด ขณะที่บางฟังก์ชันอาจมีโฆษณา การบริจาค หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากระบบขอชำระเงิน ควรอ่านรายละเอียดให้ชัดเจนและตรวจสอบว่าการสมัครสมาชิกสามารถยกเลิกได้อย่างไร

Dhamma Payeik ปลอดภัยและต้องขอสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง?

ก่อนติดตั้ง ควรอ่านรายการสิทธิ์ที่แอปขอและเปรียบเทียบกับลักษณะการทำงานของแอป เช่น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การแจ้งเตือน หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูล หากพบสิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอ่านเนื้อหาธรรมะ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ควรดาวน์โหลดจากสโตร์ทางการ อัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการให้เป็นปัจจุบัน และหลีกเลี่ยงไฟล์ติดตั้งจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

โฆษณา

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดจาก Google Play ดาวน์โหลดจาก App Store

แอปที่เกี่ยวข้อง

Google Play Books

หนังสือและข้อมูลอ้างอิง4.7รับ

Google Play Books icon

네이버 - NAVER

หนังสือและข้อมูลอ้างอิง3.6รับ

네이버 - NAVER icon

Audible

หนังสือและข้อมูลอ้างอิง4.7รับ

Audible icon

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปและเกมของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา เผยแพร่ หรือจัดจำหน่ายแอปและเกมเหล่านี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าทั้งหมดเป็นของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อนักพัฒนาที่ [email protected] เยี่ยมชม https://sites.google.com/view/dhammapayeik/home หรืออ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่ https://www.freeprivacypolicy.com/privacy/view/9b5389cf9d451ad253811e50e1896d38