CHARGE+

3.8 รถยนต์และยานพาหนะ อัปเดตเมื่อ 4 กันยายน 2569

CHARGE+ icon
โฆษณา

ภาพหน้าจอ

CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot
CHARGE+ screenshot

ข้อดี

  • ช่วยค้นหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใกล้ตัวได้สะดวก
  • แสดงข้อมูลหัวชาร์จและความเข้ากันได้กับรถบางรุ่น
  • วางแผนเส้นทางโดยคำนึงถึงจุดชาร์จระหว่างทาง
  • ช่วยตรวจสอบสถานะสถานีและลดเวลาในการรอ
  • เหมาะสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้าที่เดินทางในพื้นที่รองรับแอป

ข้อเสีย

  • ข้อมูลสถานีอาจไม่อัปเดตทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหน้างาน
  • จำนวนสถานีที่รองรับแตกต่างกันมากตามประเทศและพื้นที่
  • ฟีเจอร์บางอย่างอาจต้องสมัครสมาชิกหรือชำระค่าบริการ
  • ต้องเปิดตำแหน่งและอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ
  • รายละเอียดราคาและสถานะหัวชาร์จอาจคลาดเคลื่อนจากผู้ให้บริการจริง
โฆษณา

Mobexer วิเคราะห์โดย Mobexer

ถ้าคุณใช้รถยนต์ไฟฟ้าและกำลังมองหาแอปที่ช่วยจัดการเรื่องการชาร์จ CHARGE+ เป็นตัวเลือกที่ควรลองพิจารณา โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางผ่านจุดชาร์จของเครือข่ายนี้เป็นประจำ ผมมองว่าแอปนี้ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นเครื่องมือสารพัดอย่างสำหรับรถไฟฟ้าทุกยี่ห้อ แต่เน้นบทบาทของซอฟต์แวร์สำหรับการชาร์จให้ตรงจุดมากกว่า

ตัวแอปอยู่ในหมวดรถยนต์และยานพาหนะ พัฒนาโดย Charge+ Pte Ltd และเปิดให้ใช้งานฟรี จุดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่อยากทดลองก่อน เพราะคุณไม่ต้องตัดสินใจซื้อแอปหรือจ่ายค่าดาวน์โหลดตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม คำว่าใช้ฟรีในที่นี้ควรเข้าใจว่าเป็นค่าเข้าถึงแอป ไม่ใช่การรับประกันว่าการชาร์จรถทุกครั้งจะไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้จึงควรแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัดเจน

หลังจากลองมองแอปในฐานะผู้ใช้จริง ผมพบว่าคุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา แต่อยู่ที่การทำให้ขั้นตอนก่อนเริ่มชาร์จเป็นระบบขึ้น หากคุณต้องพึ่งสถานีชาร์จของ CHARGE+ อยู่แล้ว แอปนี้มีเหตุผลในการติดตั้งมากกว่าการใช้แอปแผนที่ทั่วไปเพียงอย่างเดียว

ภาพรวมการใช้งานและคุณค่าที่ได้รับ

แอปนี้เหมาะกับงานแบบไหน

CHARGE+ ถูกวางตำแหน่งให้เป็นซอฟต์แวร์สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นสิ่งที่ผมคาดหวังจากมันจึงไม่ใช่การวิเคราะห์สมรรถนะรถแบบละเอียด หรือการทำหน้าที่แทนระบบนำทางหลักบนโทรศัพท์ แต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับประสบการณ์ชาร์จได้สะดวกขึ้น

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้รถไฟฟ้า แอปประเภทนี้ช่วยลดความสับสนได้ในระดับหนึ่ง เพราะการชาร์จไม่ได้จบแค่การขับรถไปถึงสถานี ผู้ใช้ยังต้องรู้ว่าจะเริ่มกระบวนการอย่างไร ควรเตรียมตัวอะไร และต้องติดตามสถานะการชาร์จแบบไหน การมีแอปเฉพาะของผู้ให้บริการทำให้ขั้นตอนเหล่านี้ถูกรวมไว้ในจุดเดียว แทนที่จะต้องพึ่งข้อมูลกระจัดกระจายจากหลายช่องทาง

จุดแข็งอีกอย่างคือความชัดเจนของขอบเขตการใช้งาน คุณรู้ตั้งแต่ต้นว่าแอปนี้เกี่ยวข้องกับการชาร์จ ไม่ใช่แอปชุมชนสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า หรือแอปวางแผนท่องเที่ยวที่บังเอิญแสดงสถานีชาร์จด้วย ความเฉพาะทางแบบนี้เป็นประโยชน์เมื่อคุณต้องการจัดการเรื่องชาร์จโดยตรง แต่ก็หมายความว่ามันอาจไม่ใช่แอปเดียวที่คุณใช้ตลอดการเดินทาง

มูลค่าของแอปฟรีควรประเมินอย่างไร

ในด้านค่าใช้จ่าย CHARGE+ ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี จึงเหมาะกับการติดตั้งไว้ทดลองโดยไม่ต้องเสี่ยงเสียเงินซื้อแอปก่อน หากคุณมีรถไฟฟ้าและพบสถานีที่รองรับอยู่ในเส้นทาง การมีเครื่องมือนี้ติดโทรศัพท์ไว้ย่อมคุ้มกว่าการไม่มีช่องทางเฉพาะสำหรับจัดการการชาร์จ

แต่ผมไม่อยากให้ตีความว่าความคุ้มค่าหมายถึงการชาร์จฟรี เพราะข้อมูลเรื่องค่าใช้บริการจริงไม่ได้เท่ากับราคาของตัวแอป คุณควรตรวจสอบเงื่อนไขที่แสดงในขั้นตอนใช้งานของสถานีหรือช่องทางของผู้ให้บริการก่อนเริ่มชาร์จ โดยเฉพาะถ้าต้องวางแผนค่าเดินทางระยะไกล

การประเมินแบบนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงขึ้น ถ้าคุณถามว่า “ควรเสียเงินซื้อไหม” คำตอบคือไม่มีค่าแอปให้ต้องซื้อ แต่ถ้าถามว่า “จะมีค่าใช้จ่ายระหว่างชาร์จหรือไม่” นั่นเป็นคนละประเด็น และควรพิจารณาจากสถานีและเงื่อนไขที่คุณกำลังจะใช้ ไม่ควรสรุปจากคำว่าใช้ฟรีเพียงอย่างเดียว

ประสบการณ์ในสถานการณ์ประจำวัน

ลองนึกภาพวันที่คุณขับรถไปทำงานและวางแผนแวะชาร์จระหว่างทาง หากคุณใช้แอปแผนที่อย่างเดียว คุณอาจเห็นตำแหน่งสถานี แต่เมื่อไปถึงแล้วก็ยังต้องจัดการขั้นตอนของผู้ให้บริการอยู่ดี การติดตั้ง CHARGE+ ไว้ล่วงหน้าช่วยให้คุณเตรียมตัวกับช่องทางเฉพาะได้ก่อนออกเดินทาง

ในสถานการณ์นี้ ผมแนะนำให้เปิดแอปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนออกจากบ้าน ไม่ควรรอจนแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วค่อยเริ่มเรียนรู้วิธีใช้งาน เพราะความเร่งรีบทำให้การกรอกข้อมูลหรือเลือกสถานีผิดพลาดได้ง่ายกว่า การเตรียมแอปให้พร้อมล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์ที่มองข้ามได้ง่าย แต่ช่วยลดความเครียดได้จริง

อีกกรณีหนึ่งคือการเดินทางไปพื้นที่ที่คุณไม่คุ้นเคย ผมจะใช้แอปแผนที่สำหรับดูเส้นทางโดยรวม และใช้ CHARGE+ สำหรับส่วนที่เกี่ยวกับการชาร์จ วิธีแยกหน้าที่เช่นนี้ดีกว่าการบังคับให้แอปเดียวทำทุกอย่าง เพราะคุณยังคงใช้เครื่องมือที่ถนัดสำหรับการนำทาง ขณะเดียวกันก็มีช่องทางเฉพาะสำหรับการชาร์จของเครือข่าย

ความแตกต่างจากทางเลือกทั่วไป

ทางเลือกที่คนใช้บ่อยคือแอปแผนที่หรือแอปรวมสถานีชาร์จ ซึ่งเหมาะกับการค้นหาจุดชาร์จจากหลายเครือข่ายในครั้งเดียว จุดเด่นของทางเลือกเหล่านั้นคือช่วยมองภาพรวมของพื้นที่และวางแผนเส้นทางได้สะดวกกว่า หากคุณเดินทางข้ามผู้ให้บริการหลายราย แอปประเภทนั้นอาจเป็นเครื่องมือหลักที่เหมาะกว่า

ในทางกลับกัน CHARGE+ มีความเหมาะสมกว่าเมื่อคุณต้องการติดต่อกับเครือข่ายของผู้พัฒนาโดยตรง แอปเฉพาะทางช่วยลดการสลับไปมาระหว่างข้อมูลทั่วไปกับขั้นตอนของผู้ให้บริการ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือคุณอาจยังต้องใช้แอปอื่นประกอบ หากเส้นทางของคุณมีสถานีจากหลายเครือข่าย

ผมจึงไม่มองว่าแอปนี้มาแทนที่แอปแผนที่ทั้งหมด แต่ควรมองเป็นเครื่องมือคู่กัน แอปแผนที่ตอบคำถามว่า “สถานีอยู่ที่ไหนและไปอย่างไร” ส่วนแอปเฉพาะของเครือข่ายตอบโจทย์ว่า “เมื่อไปถึงแล้วจะจัดการการชาร์จผ่านช่องทางใด” การแบ่งบทบาทนี้ทำให้การใช้งานสมเหตุสมผลกว่า

รายละเอียดที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง

CHARGE+ เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 และรุ่นปัจจุบันคือ 5.13.14 ส่วนการรองรับระบบเริ่มตั้งแต่ Android 7.0 ขึ้นไป นั่นทำให้ผู้ใช้ Android รุ่นเก่าจำนวนหนึ่งยังมีโอกาสใช้งานได้ แต่โทรศัพท์ที่เก่ามากหรือมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพอาจให้ประสบการณ์ต่างจากเครื่องรุ่นใหม่

ตัวแอปได้รับคะแนนเฉลี่ย 3.8 จากผู้ให้คะแนนมากกว่าห้าร้อยคน และมียอดติดตั้งมากกว่าหนึ่งแสนครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่ามีผู้ใช้งานจริงพอสมควร แต่ไม่ได้แปลว่าประสบการณ์ของทุกคนจะเหมือนกัน เพราะความพึงพอใจอาจขึ้นกับพื้นที่ สถานีที่ใช้ รุ่นโทรศัพท์ และความคุ้นเคยกับระบบชาร์จ

การจัดระดับเนื้อหาอยู่ที่ประเภท 3+ จึงไม่ได้มีประเด็นด้านเนื้อหารุนแรงสำหรับผู้ใช้ทั่วไป สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือความเข้ากันได้กับรูปแบบการเดินทางของคุณ หากคุณไม่ได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือไม่มีแผนใช้สถานีที่เกี่ยวข้อง แอปนี้ก็แทบไม่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

จุดที่ช่วยให้ใช้งานได้ราบรื่นขึ้น

เคล็ดลับแรกคืออย่าติดตั้งแล้วรอจนถึงหน้าสถานีค่อยเปิดดูทุกอย่าง ผมแนะนำให้ทำความคุ้นเคยกับหน้าหลักและขั้นตอนที่จำเป็นในช่วงที่ยังมีเวลา วิธีนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าต้องกดตรงไหนเมื่อรถจอดจริง และลดโอกาสยืนจัดการโทรศัพท์ท่ามกลางความเร่งรีบ

เคล็ดลับที่สองคือใช้ CHARGE+ เป็นส่วนหนึ่งของแผน ไม่ใช่แผนทั้งหมด ก่อนออกเดินทางควรคิดเผื่อระยะทาง สภาพการจราจร และจุดแวะสำรองด้วย หากสถานีที่ตั้งใจใช้ไม่สะดวก การมีแอปแผนที่หรือเครื่องมือค้นหาสถานีจากเครือข่ายอื่นจะช่วยให้คุณปรับแผนได้เร็วกว่าใช้แอปเดียว

เคล็ดลับที่สามคือแยก “การเข้าถึงแอป” ออกจาก “ค่าใช้บริการชาร์จ” ทุกครั้งที่วางแผนงบประมาณ อย่าคิดว่าการดาวน์โหลดฟรีหมายถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นศูนย์ การตรวจสอบรายละเอียดก่อนเริ่มชาร์จเป็นนิสัยที่ดี โดยเฉพาะเมื่อคุณเดินทางไกลหรือใช้สถานีในช่วงเวลาที่ไม่คุ้นเคย

อีกข้อสังเกตที่มีประโยชน์คือแอปเฉพาะผู้ให้บริการมักมีคุณค่ามากที่สุดสำหรับผู้ใช้ประจำ ไม่ใช่ผู้ใช้ที่แวะครั้งเดียวแล้วไม่กลับมา หากคุณใช้สถานีของ CHARGE+ เป็นบางครั้ง การติดตั้งไว้ก็ยังมีประโยชน์ในฐานะแอปสำรอง แต่คุณอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการวางแผนทั้งหมดมาใช้แอปนี้

ข้อจำกัดและความฝืดที่ควรยอมรับ

ข้อจำกัดหลักคือขอบเขตของแอป หากคุณต้องเดินทางผ่านหลายเครือข่าย คุณจะยังต้องพึ่งเครื่องมืออื่นเพื่อดูตัวเลือกทั้งหมด การมีแอปเฉพาะหนึ่งตัวไม่ได้ทำให้การวางแผนเส้นทางข้ามเครือข่ายกลายเป็นเรื่องง่ายโดยอัตโนมัติ สำหรับคนที่ต้องการศูนย์รวมทุกอย่างในหน้าจอเดียว นี่อาจเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกไม่สะดวก

คะแนนเฉลี่ยที่ยังไม่ถึงระดับสูงมากก็เป็นสัญญาณให้คาดหวังอย่างพอดี ผมจะไม่ติดตั้งแอปนี้โดยคิดว่าทุกขั้นตอนจะสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ แต่จะมองว่ามันเป็นเครื่องมือที่ควรทดลองด้วยเส้นทางและสถานีที่ตัวเองใช้งานจริง จากนั้นจึงตัดสินใจว่ามันเข้ากับรูปแบบการเดินทางหรือไม่

ผู้ใช้ที่ต้องการรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับรถ เช่น การวิเคราะห์แบตเตอรี่ การบันทึกค่าใช้จ่ายระยะยาว หรือการวางแผนทริปแบบละเอียด อาจพบว่าแอปนี้ไม่ใช่คำตอบหลัก เพราะบทบาทของมันเน้นการชาร์จมากกว่าการเป็นแดชบอร์ดรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร

นอกจากนี้ ผู้ใช้ iOS หรือผู้ที่ใช้โทรศัพท์ระบบอื่นควรตรวจสอบช่องทางที่รองรับก่อนตัดสินใจพึ่งแอปเป็นเครื่องมือหลัก ส่วนผู้ใช้ Android ควรดูว่ารุ่นของตนอยู่ในช่วงระบบที่รองรับหรือไม่ การตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นดีกว่ารอให้ต้องชาร์จแล้วพบว่าอุปกรณ์ใช้งานไม่สะดวก

ใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด

ผมแนะนำ CHARGE+ ให้กับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้สถานีของเครือข่ายนี้เป็นประจำ คนกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากการมีช่องทางเฉพาะสำหรับจัดการเรื่องชาร์จ และไม่ต้องเริ่มค้นหาวิธีใช้งานใหม่ทุกครั้งที่แวะสถานี

ผู้ใช้รถไฟฟ้ามือใหม่ก็มีเหตุผลที่จะลอง เพราะการเริ่มต้นด้วยแอปของผู้ให้บริการที่ตนตั้งใจใช้ช่วยให้เข้าใจขั้นตอนจริงได้ง่ายกว่าการอ่านข้อมูลทั่วไปอย่างเดียว แต่ผมยังแนะนำให้เก็บแอปแผนที่ไว้ด้วย เพื่อใช้วางแผนเส้นทางและดูทางเลือกอื่นเมื่อจำเป็น

คนที่ควรข้ามแอปนี้ไปก่อนคือผู้ที่ยังไม่มีรถไฟฟ้า ผู้ที่ไม่เคยเดินทางผ่านสถานีที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ต้องการแอปเดียวซึ่งรวมสถานีจากทุกเครือข่ายพร้อมระบบวางแผนทริปแบบครบถ้วน ในกรณีเหล่านี้ เครื่องมือค้นหาสถานีแบบรวมอาจตอบโจทย์กว่า

สำหรับผู้ใช้ที่ชาร์จรถที่บ้านเกือบตลอดเวลา แอปนี้อาจมีประโยชน์เฉพาะเวลาต้องเดินทางไกล ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้ทุกวัน แต่การติดตั้งไว้ล่วงหน้าก็ช่วยให้พร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ต้องพึ่งสถานีสาธารณะ

คำตัดสินก่อนเลือกใช้

โดยรวมแล้ว CHARGE+ เป็นแอปฟรีที่มีคุณค่าแบบเฉพาะทาง ผมมองว่าจุดตัดสินไม่ได้อยู่ที่จำนวนฟีเจอร์ แต่คือคุณใช้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องบ่อยแค่ไหน หากคำตอบคือบ่อย แอปนี้ควรอยู่ในโทรศัพท์ เพราะช่วยให้ขั้นตอนการชาร์จเป็นระเบียบและเตรียมตัวได้ง่ายขึ้น

ถ้าคุณเป็นนักเดินทางข้ามจังหวัดที่ต้องพึ่งสถานีหลายผู้ให้บริการ ผมจะไม่แนะนำให้ใช้แอปนี้เพียงตัวเดียว ควรใช้คู่กับแอปแผนที่หรือเครื่องมือรวมสถานี เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางกว้างขึ้น ส่วน CHARGE+ ให้ทำหน้าที่เป็นช่องทางเฉพาะเมื่อคุณเลือกใช้สถานีของเครือข่ายนี้

สำหรับผม นี่คือแอปที่ควรติดตั้งเมื่อมีเหตุผลใช้งานชัดเจน ไม่ใช่แอปที่ทุกคนต้องมีเพียงเพราะขับรถไฟฟ้า จุดเด่นคือดาวน์โหลดได้ฟรีและตรงกับงานชาร์จโดยเฉพาะ ขณะที่ข้อจำกัดคือไม่ได้แทนที่เครื่องมือวางแผนการเดินทางทั้งหมดได้

คำแนะนำสุดท้ายของผมคือ ลองใช้ CHARGE+ หากสถานีของเครือข่ายนี้อยู่ในเส้นทางประจำของคุณ เตรียมแอปก่อนออกเดินทาง ตรวจสอบรายละเอียดการชาร์จทุกครั้ง และใช้เครื่องมืออื่นประกอบเมื่อจำเป็น หากรูปแบบการเดินทางของคุณตรงกับจุดประสงค์นี้ คุณจะเห็นคุณค่าของแอปได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าถึง แต่ถ้าไม่ได้ใช้เครือข่ายดังกล่าวหรืออยากได้ศูนย์รวมสถานีทุกค่าย แอปทางเลือกแบบรวมจะเหมาะกว่า

คำถามที่พบบ่อย

CHARGE+ คืออะไร และเหมาะกับผู้ใช้แบบใด?

CHARGE+ เป็นแอปที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการและติดตามการใช้งานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ใช้สามารถค้นหาจุดชาร์จ ดูข้อมูลสถานี ตรวจสอบความพร้อมใช้งาน และวางแผนการเดินทางได้ในแอปเดียว จากการใช้งาน เมนูต่าง ๆ เน้นความสะดวกสำหรับเจ้าของรถ EV โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไกลและต้องการลดเวลาในการค้นหาสถานีชาร์จที่เหมาะสม

CHARGE+ สามารถค้นหาสถานีชาร์จและดูสถานะหัวชาร์จได้หรือไม่?

ได้ แอปมีฟังก์ชันสำหรับค้นหาสถานีชาร์จตามตำแหน่งปัจจุบันหรือพื้นที่ที่ผู้ใช้ต้องการเดินทางไป โดยสามารถดูรายละเอียดของสถานี เช่น ตำแหน่ง ประเภทหัวชาร์จ กำลังไฟ และข้อมูลการให้บริการ ทั้งนี้สถานะว่างหรือไม่ว่างอาจขึ้นอยู่กับการอัปเดตจากระบบของแต่ละสถานี จึงควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทางไปใช้งานจริง

ต้องสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบก่อนใช้งาน CHARGE+ หรือไม่?

โดยทั่วไป การค้นหาข้อมูลสถานีหรือดูแผนที่อาจใช้งานได้บางส่วนโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการจอง การเริ่มชาร์จ การชำระเงิน ประวัติการใช้งาน หรือการจัดการบัญชี มักจำเป็นต้องสมัครสมาชิกและยืนยันข้อมูลตามที่แอปกำหนด ผู้ใช้ควรเตรียมอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลการชำระเงิน หากต้องการใช้ฟังก์ชันแบบเต็มรูปแบบ

CHARGE+ รองรับการชำระเงินและการจองหัวชาร์จหรือไม่?

CHARGE+ อาจรองรับการชำระค่าบริการผ่านระบบภายในแอป รวมถึงฟังก์ชันจองหัวชาร์จในสถานีที่เข้าร่วม อย่างไรก็ตาม ความสามารถดังกล่าวอาจแตกต่างกันตามประเทศ ผู้ให้บริการสถานี รุ่นของหัวชาร์จ และเงื่อนไขของแต่ละจุดบริการ ก่อนยืนยันการจองหรือชำระเงิน ควรตรวจสอบราคา ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาการจอง และนโยบายกรณียกเลิกให้ครบถ้วน

CHARGE+ ใช้งานได้โดยไม่เปิดตำแหน่งหรือไม่ และต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือเปล่า?

แอปสามารถใช้งานบางส่วนได้โดยไม่เปิดตำแหน่ง แต่การค้นหาสถานีใกล้เคียง การนำทาง และการแสดงข้อมูลตามพื้นที่จะสะดวกและแม่นยำกว่าหากอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งของอุปกรณ์ นอกจากนี้ ฟังก์ชันหลัก เช่น การตรวจสอบสถานะหัวชาร์จ การจอง และการชำระเงิน จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ควรตรวจสอบสัญญาณก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อเดินทางในพื้นที่ห่างไกล

โฆษณา

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดจาก Google Play ดาวน์โหลดจาก App Store

แอปที่เกี่ยวข้อง

Android Auto

รถยนต์และยานพาหนะ4.6รับ

Android Auto icon

Carmin

รถยนต์และยานพาหนะ4.7รับ

Carmin icon

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปและเกมของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา เผยแพร่ หรือจัดจำหน่ายแอปและเกมเหล่านี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าทั้งหมดเป็นของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อนักพัฒนาที่ [email protected] เยี่ยมชม https://www.chargeplus.com/ หรืออ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่ https://www.chargeplus.com/terms