DJ Beat Maker: Music Mixer

0.0 เพลงและเสียง อัปเดตเมื่อ 2 กันยายน 2569

DJ Beat Maker: Music Mixer icon
โฆษณา

ภาพหน้าจอ

DJ Beat Maker: Music Mixer screenshot
DJ Beat Maker: Music Mixer screenshot
DJ Beat Maker: Music Mixer screenshot
DJ Beat Maker: Music Mixer screenshot
DJ Beat Maker: Music Mixer screenshot

ข้อดี

  • สร้างบีตและมิกซ์เพลงได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  • มีลูปและเอฟเฟกต์หลายแบบให้ทดลองสร้างสไตล์เพลง
  • อินเทอร์เฟซใช้งานสะดวก ปุ่มควบคุมเข้าใจได้ไม่ยาก
  • ปรับจังหวะและเสียงเอฟเฟกต์แบบเรียลไทม์ได้
  • เหมาะสำหรับทำเดโมเพลงหรือไอเดียสั้น ๆ ได้ทุกที่

ข้อเสีย

  • ฟีเจอร์ขั้นสูงบางส่วนอาจต้องสมัครสมาชิกหรือซื้อเพิ่ม
  • โฆษณาอาจรบกวนการใช้งาน โดยเฉพาะผู้ใช้ฟรี
  • คุณภาพเสียงอาจขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และหูฟังที่ใช้
  • การมิกซ์งานซับซ้อนอาจทำได้จำกัดเมื่อเทียบกับโปรแกรมมืออาชีพ
  • อาจใช้พื้นที่จัดเก็บและแบตเตอรี่พอสมควรเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
โฆษณา

Mobexer วิเคราะห์โดย Mobexer

ถ้าคุณอยากลองทำจังหวะเพลงบนโทรศัพท์โดยไม่ต้องเริ่มจากโปรแกรมระดับสตูดิโอ DJ Beat Maker: Music Mixer เป็นแอปเพลงและเสียงที่น่าสนใจสำหรับการทดลองทำบีทและฝึกแนวคิดการมิกซ์แบบดีเจ ฉันมองว่าแอปนี้เหมาะกับคนที่อยากเปิดมือถือขึ้นมาแล้วลองเรียงจังหวะ ใส่เสียงตัวอย่าง และฟังผลลัพธ์ทันที มากกว่าคนที่กำลังมองหาเครื่องมือผลิตเพลงครบวงจรสำหรับงานจริงจัง

หลังจากลองใช้งานในมุมของผู้เริ่มต้น ฉันรู้สึกว่าจุดเด่นของแอปอยู่ที่การลดระยะห่างระหว่าง “อยากลองทำเพลง” กับ “เริ่มลงมือทำ” อินเทอร์เฟซแนวเครื่องมือดีเจช่วยให้การทดลองมีความเป็นรูปธรรมกว่าการนั่งคิดทฤษฎีอยู่เฉย ๆ คุณสามารถเริ่มจากจังหวะง่าย ๆ แล้วค่อยฟังว่าการวางเสียงแต่ละส่วนทำให้บรรยากาศเปลี่ยนอย่างไร

เหมาะกับใคร และประสบการณ์เริ่มต้นเป็นอย่างไร

แอปนี้พัฒนาโดย Amobear Application - Avntech Master Tools และอยู่ในหมวดเพลงและเสียง การใช้งานไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงเหมาะกับนักเรียน คนที่สนใจดีเจมือใหม่ หรือผู้ใช้ทั่วไปที่อยากมีพื้นที่ทดลองจังหวะโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มตั้งแต่แรก รุ่นปัจจุบันคือ 0.0.05.260717 และรองรับระบบปฏิบัติการขั้นต่ำตั้งแต่เวอร์ชัน 10 ขึ้นไป

สิ่งที่ฉันชอบคือแนวคิดของมันตรงไปตรงมา คุณไม่ได้ถูกบังคับให้เริ่มจากการแต่งเพลงแบบโน้ตต่อโน้ต แต่เริ่มจากความรู้สึกของจังหวะได้เลย วิธีนี้เหมาะกับคนที่ฟังเพลงอิเล็กทรอนิกส์ ฮิปฮอป หรือเพลงเต้นรำแล้วอยากเข้าใจว่าบีททำงานอย่างไร การกดลองสลับเสียงจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะหลัก เสียงเสริม และช่วงเปลี่ยนผ่านได้เร็ว

ในทางกลับกัน ถ้าคุณต้องการบันทึกเสียงร้องหลายแทร็ก ตัดต่อไฟล์เสียงอย่างละเอียด ทำมาสเตอร์ หรือควบคุมเครื่องดนตรีเสมือนจำนวนมาก แอปนี้อาจไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย ฉันจะมองมันเป็นโต๊ะทดลองขนาดเล็กสำหรับฝึกหูและฝึกมือ มากกว่าจะใช้แทนเวิร์กสเตชันเสียงดิจิทัลบนคอมพิวเตอร์

การทดลองครั้งแรกควรเริ่มจากจังหวะ ไม่ใช่ความซับซ้อน

ถ้าคุณเปิดแอปแล้วพยายามใส่เสียงทุกแบบพร้อมกัน ผลลัพธ์อาจฟังรกและทำให้เข้าใจยาก ฉันแนะนำให้เริ่มด้วยจังหวะหลักเพียงชุดเดียว จากนั้นเติมเสียงสั้น ๆ ทีละชั้น วิธีนี้ทำให้คุณสังเกตได้ว่าเสียงใดเป็นแกนของบีท และเสียงใดมีหน้าที่สร้างสีสันเท่านั้น

เคล็ดลับที่ใช้ได้จริงคือฟังช่วงสั้น ๆ ซ้ำหลายรอบแทนการเปลี่ยนทุกอย่างทันที ให้ลองปิดเสียงเสริมแล้วเปิดกลับมา คุณจะรู้ว่าเสียงนั้นช่วยเพิ่มแรงส่งหรือเพียงทำให้ช่วงจังหวะหนาแน่นขึ้น การฝึกแบบนี้มีประโยชน์กว่าการพยายามทำเพลงให้เต็มตั้งแต่ครั้งแรก เพราะช่วยพัฒนาการฟังแบบที่ดีเจและโปรดิวเซอร์ต้องใช้จริง

การสร้างบีทช่วยให้เข้าใจการมิกซ์มากกว่าการกดเล่นเพลง

คำว่า “มิกซ์” ในแอปนี้ควรถูกมองเป็นการฝึกจัดวางและผสมองค์ประกอบเสียงบนโทรศัพท์ ไม่ใช่การแทนที่ชุดอุปกรณ์ดีเจเต็มรูปแบบ จุดสำคัญจึงไม่ใช่จำนวนปุ่ม แต่เป็นการฝึกตัดสินใจว่าเมื่อไรควรเติมเสียง เมื่อไรควรเว้นพื้นที่ และเมื่อไรควรเปลี่ยนบรรยากาศ

ฉันพบว่าการทำบีทสั้น ๆ แล้วลองเปลี่ยนเสียงช่วงท้ายให้แตกต่างจากช่วงเริ่มต้น เป็นแบบฝึกที่ดีสำหรับทำความเข้าใจการเปลี่ยนท่อน คุณอาจใช้เสียงหลักคงเดิม แล้วเพิ่มองค์ประกอบใหม่เฉพาะช่วงหลัง วิธีนี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าจังหวะกำลังเดินทางไปข้างหน้า โดยไม่ต้องใส่เสียงจำนวนมาก

จุดแข็งที่มักถูกมองข้ามคือแอปนี้ใช้เป็นเครื่องมือฝึกการตัดสินใจทางเสียงได้ ไม่ใช่แค่พื้นที่กดปุ่มให้เกิดเสียง หากคุณฟังอย่างตั้งใจ คุณจะเริ่มแยกได้ว่าความตื่นเต้นของเพลงมาจากความดัง ความถี่ หรือการเว้นจังหวะ การฝึกนี้ต่อยอดไปยังการใช้แอปมิกซ์อื่นได้ แม้ภายหลังคุณจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่ละเอียดกว่า

ความน่าเชื่อถือและสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนใช้ต่อเนื่อง

สำหรับแอปที่เกี่ยวข้องกับเสียงและการใช้งานบนโทรศัพท์ ฉันไม่ได้ดูแค่ความสนุก แต่ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมของผู้ใช้ด้วย ก่อนเริ่มใช้เป็นประจำ ฉันแนะนำให้ตรวจสอบหน้าต่างสิทธิ์ของระบบและการตั้งค่าที่แอปแสดงระหว่างใช้งานจริง โดยเฉพาะหากมีการขอเข้าถึงไมโครโฟน ไฟล์เสียง หรือพื้นที่จัดเก็บ

การขอสิทธิ์ไม่ควรถูกกดยอมรับแบบอัตโนมัติ เพียงเพราะต้องการเริ่มทำบีท หากสิทธิ์ใดไม่เกี่ยวกับกิจกรรมที่คุณกำลังทำ ให้หยุดอ่านรายละเอียดก่อน การตรวจสอบนี้ไม่ได้ทำให้การทดลองเพลงยุ่งยากเกินไป แต่ช่วยให้คุณรู้ว่ากำลังเปิดทางให้แอปทำอะไรบนอุปกรณ์ของตัวเอง

ฉันยังแนะนำให้ดูตัวเลือกภายในระบบปฏิบัติการเป็นระยะ หากคุณเคยอนุญาตสิทธิ์บางอย่างไปแล้วแต่ไม่ได้ใช้ คุณสามารถกลับไปทบทวนและปรับการเข้าถึงได้ตามความเหมาะสม วิธีนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับคนที่ติดตั้งแอปทดลองหลายตัว เพราะการจัดการสิทธิ์เป็นรายแอปช่วยให้รู้ว่าเครื่องมือใดควรได้รับความไว้วางใจในระดับใด

ช่วงเวลาที่ควรระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัว

ช่วงที่ฉันจะระวังมากที่สุดคือการนำไฟล์เสียงจากโทรศัพท์เข้ามาใช้ หากคุณทำเดโมส่วนตัว เสียงร้องที่ยังไม่เผยแพร่ หรือไฟล์จากงานของลูกค้า ควรแยกให้ออกว่าไฟล์ใดเป็นตัวอย่างที่ใช้ทดลองได้ และไฟล์ใดควรเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่จำกัดการเข้าถึง อย่าใช้ไฟล์สำคัญเป็นไฟล์แรกเพียงเพื่อทดสอบระบบ

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในขั้นเริ่มต้นคือใช้เสียงที่สร้างขึ้นเพื่อการทดลอง หรือไฟล์ที่คุณยอมรับได้หากต้องย้ายตำแหน่งหรือถูกจัดการโดยแอป การแบ่งไฟล์เป็นชุดทดลองกับชุดงานจริงยังช่วยลดความผิดพลาดจากการเลือกไฟล์ผิด และทำให้คุณลบผลงานทดลองได้ง่ายขึ้นเมื่อไม่ต้องการเก็บ

ถ้าแอปแสดงหน้าต่างเกี่ยวกับการตั้งค่า ความเป็นส่วนตัว หรือการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล ฉันแนะนำให้อ่านข้อความทั้งหมดก่อนกดต่อ อย่าตีความจากชื่อปุ่มเพียงอย่างเดียว เพราะคำอย่าง “อนุญาต” หรือ “ดำเนินการต่อ” อาจเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงที่คุณยังไม่ได้พิจารณา การใช้เวลาตรวจสอบไม่กี่วินาทีคุ้มกว่าการต้องย้อนแก้ภายหลัง

การควบคุมของผู้ใช้สำคัญกว่าความเร็วในการเริ่มเล่น

แอปฟรีมักดึงดูดด้วยการเริ่มต้นที่รวดเร็ว แต่ฉันไม่แนะนำให้แลกความเข้าใจกับความเร็ว คุณควรทราบว่าปุ่มใดใช้เริ่มหรือหยุดเสียง ปุ่มใดเปลี่ยนองค์ประกอบ และการตั้งค่าใดมีผลต่อประสบการณ์การใช้งาน การลองทีละส่วนทำให้คุณควบคุมผลงานได้ดีกว่าการกดสุ่มแล้วหวังว่าจะได้จังหวะที่ฟังดี

หากคุณใช้โทรศัพท์ร่วมกับคนอื่น ควรแยกพื้นที่เก็บไฟล์ทดลองเท่าที่ทำได้ และตรวจสอบก่อนลบข้อมูล เพราะไฟล์เสียงหรือโปรเจกต์ที่ดูเหมือนเป็นของแอปอาจเป็นสิ่งที่คุณต้องการเก็บไว้ การตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย เช่น ระบุแนวจังหวะหรือวันที่ทดลอง จะช่วยให้ค้นหาและจัดการได้ง่ายขึ้นเมื่อมีงานหลายชิ้น

สำหรับคนที่กังวลเรื่องบัญชีผู้ใช้ ฉันแนะนำให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนกรอกข้อมูลใด ๆ หากการใช้งานพื้นฐานไม่จำเป็นต้องผูกกับข้อมูลส่วนตัว ก็ไม่ควรให้ข้อมูลเกินกว่าที่คุณสบายใจ การตัดสินใจนี้ควรอิงจากหน้าจอและตัวเลือกที่คุณเห็นจริง ไม่ใช่การคาดเดาว่าแอปทำอะไรอยู่เบื้องหลัง

เวิร์กโฟลว์ที่ฉันแนะนำสำหรับการใช้งานจริง

สถานการณ์ที่เห็นภาพง่ายคือช่วงพักระหว่างเดินทางหรือก่อนนอน คุณมีไอเดียจังหวะสั้น ๆ แต่ไม่อยากเปิดคอมพิวเตอร์ ให้เริ่มด้วยการสร้างบีทที่มีโครงชัดเจน แล้วลองเพิ่มเสียงตัวอย่างเพียงหนึ่งชนิด เมื่อได้ช่วงที่น่าฟัง ให้หยุดและจดจำว่าการเปลี่ยนแปลงใดทำให้จังหวะดีขึ้น อย่าพยายามทำเป็นเพลงสมบูรณ์ในครั้งเดียว

หลังจากนั้นลองสร้างรูปแบบที่สองโดยคงจังหวะหลักไว้ แต่เปลี่ยนเสียงประกอบ วิธีนี้ทำให้เปรียบเทียบได้ว่าเสียงตัวอย่างมีผลต่ออารมณ์มากแค่ไหน และช่วยให้คุณพัฒนารสนิยมของตัวเอง แทนที่จะเลือกเสียงเพราะมันดูน่าสนใจเพียงอย่างเดียว

อีกวิธีหนึ่งคือใช้แอปเป็นสมุดร่างไอเดีย คุณอาจไม่ได้ใช้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นเพลงเผยแพร่ แต่สามารถใช้โครงจังหวะเป็นต้นแบบเมื่อต้องไปทำต่อในเครื่องมืออื่น ข้อดีคือการจับไอเดียบนโทรศัพท์ทำได้ทันที ข้อแลกเปลี่ยนคือคุณไม่ควรคาดหวังการแก้ไขรายละเอียดระดับเดียวกับซอฟต์แวร์ผลิตเพลงเฉพาะทาง

ถ้าคุณต้องการฝึกให้เป็นระบบ ให้กำหนดโจทย์แต่ละครั้ง เช่น ทำจังหวะที่มีพื้นที่ว่างมาก ฝึกเปลี่ยนช่วงโดยไม่เพิ่มเสียง หรือสร้างรูปแบบที่ฟังชัดแม้มีองค์ประกอบน้อย การตั้งโจทย์ช่วยป้องกันไม่ให้การทดลองกลายเป็นการกดปุ่มแบบไร้ทิศทาง และทำให้คุณรู้ว่าตัวเองกำลังพัฒนาทักษะด้านใด

เมื่อเทียบกับทางเลือกทั่วไปในหมวดเดียวกัน

เมื่อเทียบกับเครื่องเล่นเพลงทั่วไป แอปนี้ให้คุณมีส่วนร่วมกับเสียงมากกว่า คุณไม่ได้เพียงเลือกเพลงแล้วฟัง แต่ต้องตัดสินใจเรื่องจังหวะและการจัดวางเอง ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับแอปทำเพลงแบบหลายแทร็กที่มีเครื่องมือจำนวนมาก แอปนี้มีแนวทางที่เบากว่าและเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับการเริ่มต้นหรือการร่างไอเดียอย่างรวดเร็ว

ข้อเสียของแนวทางที่เรียบง่ายคือผู้ใช้ขั้นสูงอาจรู้สึกว่าพื้นที่ควบคุมไม่เพียงพอ หากคุณต้องการปรับรายละเอียดเสียงอย่างลึกซึ้ง สร้างโครงเพลงยาว หรือทำงานร่วมกับอุปกรณ์ภายนอก คุณควรเลือกแอปหรือโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตเสียงเต็มรูปแบบมากกว่า การเลือกเครื่องมือให้ตรงกับงานสำคัญกว่าการพยายามบังคับให้แอปหนึ่งทำทุกอย่าง

ฉันยังมองว่าความเหมาะสมขึ้นอยู่กับวิธีเรียนรู้ของคุณ คนที่เรียนรู้จากการลองฟังและปรับทันทีน่าจะสนุกกับแนวทางนี้ ส่วนคนที่ต้องการคำอธิบายเชิงทฤษฎี ระบบบทเรียน หรือการจัดการโปรเจกต์ละเอียด อาจต้องใช้แหล่งเรียนรู้อื่นประกอบ เพราะการมีเครื่องมือทำบีทไม่ได้แปลว่าจะเข้าใจการมิกซ์ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

บทสรุปสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ

โดยรวมแล้ว DJ Beat Maker: Music Mixer เป็นแอปฟรีสำหรับทำบีทและฝึกแนวคิดการมิกซ์บนโทรศัพท์ที่ฉันแนะนำให้ผู้เริ่มต้นลอง โดยเฉพาะคนที่อยากทดลองเสียงแบบไม่ต้องลงทุนกับอุปกรณ์ทันที แอปมีอายุเหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และมียอดติดตั้งมากกว่าแสนครั้ง ซึ่งสะท้อนว่ามีผู้ใช้จำนวนหนึ่งนำไปทดลองในหมวดนี้

ฉันชอบมันในฐานะเครื่องมือเริ่มต้นและสมุดร่างเสียง แต่จะไม่แนะนำให้ใช้แทนซอฟต์แวร์ผลิตเพลงเต็มรูปแบบ หากเป้าหมายของคุณคือทำงานเชิงพาณิชย์ บันทึกเสียงหลายชั้น หรือควบคุมการมิกซ์อย่างละเอียด จุดตัดสินใจที่สำคัญคือคุณต้องการ “ฝึกและทดลองตอนนี้” หรือ “ผลิตงานที่ต้องแก้ไขได้ทุกระดับ”

ก่อนใช้ต่อเนื่อง ฉันจะตรวจสอบสิทธิ์ที่ระบบแสดง อ่านตัวเลือกเกี่ยวกับข้อมูล และเริ่มจากไฟล์เสียงที่ไม่อ่อนไหวต่อความเป็นส่วนตัว จากนั้นค่อยสร้างเวิร์กโฟลว์ของตัวเองอย่างมีระเบียบ หากคุณใช้แอปด้วยความคาดหวังที่พอดี มันเป็นพื้นที่ฝึกจังหวะที่สนุกและเข้าถึงง่าย แต่ถ้าคุณต้องการความลึกระดับสตูดิโอ ควรมองมันเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ปลายทาง

คำถามที่พบบ่อย

DJ Beat Maker: Music Mixer คืออะไร และเหมาะกับใคร?

DJ Beat Maker: Music Mixer เป็นแอปสำหรับสร้างจังหวะ มิกซ์เพลง และทดลองทำเพลงบนอุปกรณ์มือถือ ผู้ใช้สามารถเรียงบีต เพิ่มเสียงเอฟเฟกต์ และปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ดีเจราคาแพง เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นที่อยากสนุกกับการทำเพลง และผู้ที่ต้องการร่างไอเดียเพลงอย่างรวดเร็วระหว่างเดินทางหรือเวลาว่าง

แอปนี้ใช้งานยากหรือจำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านดนตรีหรือไม่?

จากการทดลองใช้งาน อินเทอร์เฟซของแอปเน้นการแตะและลาก จึงเริ่มต้นได้ค่อนข้างง่าย แม้ไม่มีความรู้ด้านดนตรีมาก่อน ผู้ใช้สามารถเลือกจังหวะ ทดลองเปิดหรือปิดแทร็ก และฟังผลลัพธ์ได้ทันที อย่างไรก็ตาม หากต้องการมิกซ์ให้ลงตัว อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเรื่องจังหวะ ความเร็ว และการจัดวางเสียง โดยแอปเหมาะสำหรับการเรียนรู้ผ่านการทดลองมากกว่าการทำงานระดับสตูดิโอ

DJ Beat Maker: Music Mixer มีฟีเจอร์อะไรให้ใช้งานบ้าง?

ฟีเจอร์หลักโดยทั่วไปประกอบด้วยแผ่นกดหรือแพดสำหรับสร้างบีต การเลือกเสียงกลองและลูปดนตรี การปรับจังหวะหรือ BPM รวมถึงเอฟเฟกต์ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้มิกซ์ ผู้ใช้สามารถผสมเสียงหลายเลเยอร์และทดลองสร้างท่อนดนตรีในสไตล์ต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ จำนวนเสียง เครื่องมือ และตัวเลือกขั้นสูงอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันของแอปหรือแพ็กเกจที่เปิดใช้งาน

แอปนี้ใช้ฟรีหรือมีการซื้อภายในแอปและโฆษณาหรือไม่?

ผู้ใช้ควรตรวจสอบรายละเอียดในหน้าดาวน์โหลดของ Google Play หรือ App Store ก่อนติดตั้ง เพราะรูปแบบการให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงตามระบบปฏิบัติการและภูมิภาค แอปประเภทมิวสิกมิกเซอร์มักเปิดให้ใช้งานพื้นฐานฟรี แต่บางเสียง เอฟเฟกต์ หรือฟีเจอร์เพิ่มเติมอาจต้องรับชมโฆษณาหรือซื้อภายในแอป หากไม่ต้องการค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ควรตรวจสอบเงื่อนไขการสมัครสมาชิกและตั้งค่าการยืนยันการซื้อไว้ล่วงหน้า

สามารถบันทึกและแชร์ผลงานที่สร้างจากแอปได้หรือไม่?

ความสามารถในการบันทึกหรือแชร์ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันและสิทธิ์ที่แอปกำหนด โดยปกติแอปแนวนี้อาจรองรับการบันทึกมิกซ์เป็นไฟล์เสียง หรือแชร์ผลงานผ่านแอปโซเชียลและบริการส่งข้อความ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรตรวจสอบรูปแบบไฟล์ คุณภาพเสียง และข้อจำกัดของเวอร์ชันฟรี รวมถึงควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์ หากนำเสียงหรือลูปจากแอปไปเผยแพร่ในงานเชิงพาณิชย์

โฆษณา

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดจาก Google Play ดาวน์โหลดจาก App Store

แอปที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปและเกมของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา เผยแพร่ หรือจัดจำหน่ายแอปและเกมเหล่านี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าทั้งหมดเป็นของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อนักพัฒนาที่ [email protected] เยี่ยมชม https://amobear.com/ หรืออ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่ https://sites.google.com/view/pp-dj-beat-maker-music-mix/home