
เกี่ยวกับ Flipboard:Your Social MagazineFlipboard เปลี่ยนแอปข่าวให้กลับมาอ่านเหมือนนิตยสารได้อย่างไร
แอปข่าวจำนวนมากยังคิดว่าหน้าที่ของตัวเองคือพาเราไปเจอเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่หลังจากทดลองใช้ Flipboard:Your Social Magazine อย่างจริงจัง ผมกลับมองว่าความคาดหวังของหมวดข่าวและนิตยสารกำลังเปลี่ยนไปแล้ว ผู้ใช้ไม่ได้ต้องการกองพาดหัวที่เพิ่มขึ้นทุกนาที พวกเขาต้องการพื้นที่ที่ช่วยคัดกรอง จัดลำดับ และทำให้การอ่านมีจังหวะพอจะเกิดความเข้าใจ
นี่คือเหตุผลที่ Flipboard:Your Social Magazine ยังน่าสนใจ แม้ตลาดจะเต็มไปด้วยแอปข่าวจากสำนักพิมพ์ แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ และเครื่องมืออ่านข่าวส่วนตัว จุดแข็งของมันไม่ได้อยู่ที่การอ้างว่าเร็วที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ข่าวกลับมาเป็นประสบการณ์แบบนิตยสาร ซึ่งมีทั้งหน้าปก ลำดับเรื่อง และบรรยากาศของการเปิดอ่านต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน แนวคิดนี้ก็เผยให้เห็นข้อจำกัดของหมวดนี้ชัดเจนขึ้นด้วย
จากแอปรวมข่าวสู่สนามแข่งขันเรื่องความสนใจ
มาตรฐานพื้นฐานของแอปข่าวเคยเรียบง่ายมาก เปิดแอปแล้วเห็นข่าวล่าสุด แตะหัวข้อแล้วอ่านต่อ แชร์ให้เพื่อน และกลับมาเช็กใหม่ภายหลัง ทุกอย่างวัดกันด้วยความเร็วและจำนวนแหล่งข้อมูล แต่พฤติกรรมบนมือถือวันนี้ซับซ้อนกว่าเดิม ผู้ใช้สลับระหว่างข่าวด่วน บทวิเคราะห์ วิดีโอ ความเห็นจากคนรู้จัก และเนื้อหาที่ระบบคาดว่าน่าจะสนใจภายในเวลาไม่กี่นาที
ดังนั้น แอปข่าวที่ดีจึงต้องทำมากกว่าการรวบรวมลิงก์ มันต้องตอบคำถามสามข้อให้ได้ หนึ่ง เราควรอ่านอะไร สอง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเคยสนใจอย่างไร และสาม เราจะอ่านต่อโดยไม่ถูกลากไปสู่กระแสที่เสียงดังที่สุดได้อย่างไร ความท้าทายอยู่ตรงนี้เอง เพราะการคัดเลือกที่ดีต้องมีรสนิยม ขณะที่การปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคลต้องไม่กลายเป็นห้องสะท้อนความคิด
Flipboard เลือกแก้ปัญหาด้วยภาพจำของนิตยสาร ผู้ใช้เลือกหัวข้อ แหล่งข่าว และผู้สร้างเนื้อหาที่สนใจ จากนั้นระบบจะจัดเรื่องเหล่านั้นลงในฟีดที่มีลักษณะเป็นชั้นเป็นตอน ประสบการณ์นี้ต่างจากการเลื่อนรายการข่าวยาวๆ อย่างเห็นได้ชัด แม้เบื้องหลังยังเป็นการดึงข้อมูลจากเว็บและเครือข่ายสังคม แต่สิ่งที่ผู้ใช้รับรู้คือการเปิดสิ่งพิมพ์ส่วนตัวมากกว่าการตรวจกล่องแจ้งเตือน
เมื่อใช้งานต่อเนื่อง ผมพบว่าคุณค่าของ Flipboard ไม่ได้เกิดจากหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากการทำให้การอ่านมีกรอบ หากเลือกเทคโนโลยี ภาพถ่าย อาหาร หรือการเมืองไว้หลายหมวด แอปจะค่อยๆ สร้างพื้นที่ที่ทำให้เราเดินทางระหว่างความสนใจได้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังไล่ตามอัลกอริทึมตลอดเวลา นี่คือคุณสมบัติที่แอปข่าวยุคใหม่ควรมีมากขึ้น
สิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังเป็นพื้นฐานแล้ว
ความเร็วในการโหลดและความชัดเจนของการนำทางไม่ใช่จุดขายพิเศษอีกต่อไป แต่เป็นภาษีที่ทุกแอปต้องจ่าย Flipboard ทำได้ดีในส่วนนี้ หน้าฟีดแบ่งเป็นบล็อกที่อ่านง่าย ภาพประกอบช่วยแยกอารมณ์ของแต่ละเรื่อง และการปัดเพื่อดูเนื้อหาถัดไปให้ความรู้สึกต่อเนื่องกว่าการเปิดหน้าเว็บทีละลิงก์
อีกความคาดหวังหนึ่งคือการควบคุม ผู้ใช้ควรเลือกหัวข้อ ติดตามแหล่งข่าว ปรับความสนใจ และเลิกติดตามสิ่งที่ไม่ต้องการได้โดยไม่ต้องต่อสู้กับเมนูซับซ้อน Flipboard มีโครงสร้างนิตยสารหรือชุดเนื้อหาที่ช่วยให้การจัดหมวดเป็นรูปธรรม เราไม่ได้เพียงกดถูกใจเรื่องหนึ่งแล้วหวังว่าระบบจะเข้าใจทั้งหมด แต่สามารถบอกได้ว่าอยากอ่านเรื่องใดในระยะยาว
การรองรับแหล่งข้อมูลหลากหลายก็กลายเป็นมาตรฐานเช่นกัน ข่าวจากสำนักพิมพ์ บทความจากเว็บไซต์เฉพาะทาง และโพสต์จากเครือข่ายสังคมล้วนมีบทบาทต่างกัน แอปที่ปิดตัวเองอยู่ในแหล่งเดียวจะให้ภาพโลกแคบเกินไป Flipboard จึงได้เปรียบจากการทำหน้าที่เป็นชั้นกลางระหว่างผู้ใช้กับเนื้อหาจำนวนมาก แต่ข้อได้เปรียบนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อการคัดเลือกไม่ทำให้ทุกอย่างหน้าตาเหมือนกัน
สุดท้ายคือมาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือ แอปข่าวไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นสำนักข่าวเสียเอง แต่ควรช่วยให้ผู้ใช้อ่านที่มาได้ รู้ว่าเรื่องหนึ่งมาจากใคร และแยกความเห็นออกจากรายงานข้อเท็จจริงให้พอประมาณ ความสวยงามของหน้าฟีดจะไม่มีค่า หากผู้ใช้ไม่รู้ว่าควรเชื่ออะไรหรือควรเปิดอ่านต้นฉบับตรงไหน
สัญญาณที่แข็งแรงที่สุดของ Flipboard
จุดแข็งที่สุดของ Flipboard คือการเข้าใจว่า การคัดเลือกคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอ่าน ไม่ใช่กระบวนการเบื้องหลังที่ผู้ใช้ไม่ควรเห็น แอปทำให้เรารู้สึกว่ากำลังเปิดนิตยสารที่มีคนจัดหน้าไว้ แม้เนื้อหาจะมาจากหลายเว็บไซต์ก็ตาม ภาพขนาดใหญ่ หัวข้อที่วางเป็นจังหวะ และการแบ่งหมวดช่วยลดความรู้สึกวุ่นวายของโลกออนไลน์
ผมชอบช่วงเวลาที่เปิดแอปโดยไม่มีเป้าหมายชัดเจน เพราะ Flipboard เหมาะกับการค้นพบเรื่องใหม่มากกว่าการตามหาข่าวชิ้นเดียว ผู้ใช้อาจเริ่มจากข่าวอวกาศ แล้วไหลไปอ่านการออกแบบเมือง ต่อด้วยบทความเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป การเดินทางเช่นนี้มีความบังเอิญแบบการอ่านนิตยสารกระดาษ ซึ่งแอปข่าวทั่วไปมักสูญเสียไปเมื่อทุกอย่างถูกเรียงตามเวลา
การสร้างนิตยสารส่วนตัวก็ช่วยให้ความสนใจมีรูปร่างขึ้นมา เราสามารถรวมเรื่องที่อยากกลับมาอ่าน หรือสร้างชุดเนื้อหาสำหรับหัวข้อเฉพาะ ความรู้สึกเป็นเจ้าของนี้ทำให้แอปเหนียวแน่นกว่าฟีดที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างไร้ร่องรอย ผู้ใช้ไม่ได้แค่บริโภคข่าว แต่กำลังสะสมแผนที่ความสนใจของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งเดียวกันนี้มีราคาที่ต้องจ่าย Flipboard อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเมื่อเกิดข่าวด่วนและเราต้องการลำดับเหตุการณ์แบบนาทีต่อนาที การจัดหน้าแบบนิตยสารมีความสงบและสวยงาม แต่ไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ ความดีของมันจึงไม่ใช่การแทนที่แอปข่าวทุกชนิด หากเป็นการเติมช่วงเวลาที่การอ่านต้องการบริบทและความต่อเนื่อง
สิ่งที่ Flipboard เดินตาม และสิ่งที่มันกล้าท้าทาย
ในด้านหนึ่ง Flipboard เดินตามธรรมเนียมของแอปข่าวอย่างชัดเจน มันใช้การติดตามหัวข้อ การปรับฟีดตามความสนใจ และการเชื่อมต่อกับแหล่งเนื้อหาภายนอก ผู้ใช้ยังต้องแตะเพื่อเปิดบทความ บางครั้งต้องออกไปยังเว็บไซต์ต้นทาง และยังพบเนื้อหาที่คัดเลือกโดยระบบมากกว่าบรรณาธิการมนุษย์ทั้งหมด
มันยังเดินตามธรรมเนียมการสร้างการกลับมาใช้งานด้วยการแจ้งเตือนและฟีดที่อัปเดตอยู่เสมอ นี่เป็นกลไกที่ผู้ใช้คุ้นเคย แต่ก็เป็นจุดที่ควรตั้งคำถาม เพราะข่าวไม่ควรแข่งขันด้วยความถี่เพียงอย่างเดียว การแจ้งเตือนมากเกินไปทำให้เรื่องที่สำคัญจริงถูกกลืนไปกับเรื่องที่เพิ่งเกิด
สิ่งที่ Flipboard ท้าทายคือสมมติฐานว่าฟีดข่าวต้องเรียงตามเวลาและต้องทำให้ผู้ใช้เลื่อนต่อให้นานที่สุด การจัดวางแบบนิตยสารทำให้การอ่านมีจุดหยุด ผู้ใช้เห็นกลุ่มเรื่อง ไม่ใช่เพียงรายการที่ไม่มีวันจบ และเมื่อมีจุดหยุด การตัดสินใจว่าจะอ่านต่อหรือวางโทรศัพท์ลงก็กลับมาอยู่ในมือเรา
นี่อาจฟังดูเล็ก แต่เป็นการเปลี่ยนทิศทางสำคัญ หมวดข่าวเคยยืมรูปแบบจากเครือข่ายสังคมมากเกินไป ทั้งการเลื่อนที่ไม่จบ การกระตุ้นให้แสดงปฏิกิริยา และการเน้นสิ่งที่กำลังเป็นกระแส Flipboard เตือนว่าแอปข่าวยังมีทางเลือกอื่น นั่นคือการออกแบบเพื่อสมาธิ ไม่ใช่การแย่งชิงสมาธิ
คู่เทียบที่ทำให้ภาพตลาดชัดขึ้น
แอปอย่าง Google Home ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง แต่ช่วยให้เห็นว่าผู้ใช้ยุคนี้คาดหวังการควบคุมจากหน้าหลักมากขึ้น ผู้ใช้ต้องการเห็นสิ่งสำคัญและจัดการได้ทันที ไม่ใช่ถูกส่งผ่านเมนูหลายชั้น เช่นเดียวกับ Flipboard หน้าหลักจึงต้องเป็นพื้นที่ที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงจุดรวมทางลัด
ส่วนแอปอย่าง เรียลกีตาร์ - คอร์ด & แทปเพลง แสดงให้เห็นคุณค่าของการจัดความรู้เฉพาะทางให้พร้อมใช้งาน ผู้ใช้ไม่ได้ต้องการข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเพลง แต่ต้องการคอร์ดและแทปที่เปิดแล้วเล่นตามได้ทันที บทเรียนสำหรับแอปข่าวคือการมีข้อมูลมากไม่พอ ต้องจัดข้อมูลให้เหมาะกับการกระทำที่ผู้ใช้กำลังจะทำ Flipboard ทำได้ดีเมื่อเปลี่ยนความสนใจที่กว้างให้กลายเป็นชุดเรื่องที่เปิดอ่านได้จริง
ในอีกด้านหนึ่ง เกมอย่าง Wordscapes แสดงพลังของจังหวะสั้นและความพึงพอใจที่เกิดซ้ำ ผู้เล่นกลับมาเพราะรู้ว่าตนเองจะได้ทำอะไรในเวลาไม่กี่นาที แอปข่าวยังเรียนรู้เรื่องนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ข่าวกลายเป็นเกม การแบ่งการอ่านเป็นช่วงที่พอดี การบันทึกเรื่องไว้กลับมาอ่าน และการทำให้ความคืบหน้าของหัวข้อมองเห็นได้ ล้วนช่วยสร้างนิสัยที่ไม่ต้องพึ่งการแจ้งเตือนรัวๆ
รถโรงเรียนของแพนด้าน้อยและ UNO!™ อยู่คนละหมวด แต่ทั้งคู่ย้ำหลักเดียวกันคือประสบการณ์ที่ดีต้องเข้าใจกติกาเร็วและให้ผลตอบแทนชัดเจน ผู้ใช้ไม่ควรต้องเรียนรู้ระบบคัดข่าวนานเกินไป Flipboard มีภาพรวมที่เป็นมิตร แต่ผู้ใช้ใหม่อาจยังต้องใช้เวลาสำรวจว่าการติดตามหัวข้อ การบันทึก และการสร้างนิตยสารส่วนตัวต่างกันอย่างไร
เมื่อมองคู่เทียบเหล่านี้ร่วมกัน เราจะเห็นว่ามาตรฐานใหม่ไม่ได้มาจากแอปข่าวเพียงอย่างเดียว มันมาจากทุกแอปที่แย่งเวลาเดียวกัน ผู้ใช้คาดหวังความชัดเจนแบบเครื่องมือบ้าน ความพร้อมใช้แบบแอปดนตรี จังหวะการกลับมาแบบเกม และการเริ่มต้นที่เข้าใจง่ายแบบแอปสำหรับครอบครัว Flipboard มีหลายส่วนครบ แต่ยังต้องทำให้ความซับซ้อนเหล่านั้นโปร่งใสขึ้น
มาตรฐานใหม่กำลังหน้าตาเป็นอย่างไร
มาตรฐานที่กำลังก่อตัวไม่ใช่แอปที่รู้จักผู้ใช้มากที่สุด แต่คือแอปที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้จักความสนใจของตัวเองดีขึ้น ระบบแนะนำควรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยค้นพบ ไม่ใช่ผู้กำกับรสนิยมทั้งหมด ผู้ใช้ควรเห็นเหตุผลของการปรากฏของเนื้อหา ปรับทิศทางได้ และรู้ว่าความสนใจของตัวเองกำลังถูกสร้างจากอะไร
Flipboard เข้าใกล้มาตรฐานนี้ผ่านโครงสร้างหัวข้อและนิตยสารส่วนตัว แต่ยังมีโอกาสพัฒนาอีกมาก เช่น การอธิบายว่าทำไมเรื่องหนึ่งจึงถูกเลือก การแยกข่าวด่วนออกจากบทวิเคราะห์ให้ชัด และการช่วยผู้ใช้อ่านเรื่องเดียวกันจากหลายมุมโดยไม่ทำให้หน้าฟีดกลายเป็นพื้นที่ถกเถียงตลอดเวลา
มาตรฐานใหม่ยังควรให้ความสำคัญกับความทรงจำของผู้ใช้ แอปข่าวที่ดีไม่ควรมีค่าเฉพาะตอนที่เรากำลังเลื่อนดู แต่ควรช่วยให้กลับไปหาเรื่องที่เคยอ่าน เชื่อมโยงข่าวเก่ากับเหตุการณ์ใหม่ และสร้างคลังความรู้ส่วนตัวได้โดยไม่ต้องส่งออกไปยังแอปอื่น Flipboard มีพื้นฐานจากการบันทึกและจัดชุดเนื้อหาอยู่แล้ว จึงมีทางไปต่อที่น่าสนใจ
อีกเรื่องคือความเป็นส่วนตัว การปรับฟีดที่แม่นยำมักแลกกับข้อมูลพฤติกรรมจำนวนมาก ผู้ใช้ควรมีสิทธิ์รู้ว่าการอ่าน การแตะ และการติดตามถูกนำไปใช้แบบไหน แอปข่าวในอนาคตจะถูกตัดสินไม่เพียงจากสิ่งที่แนะนำ แต่จากความซื่อสัตย์ในการอธิบายระบบเบื้องหลังด้วย
จุดที่หมวดข่าวยังตามไม่ทัน
แม้ประสบการณ์โดยรวมของ Flipboard จะน่าพอใจ แต่หมวดข่าวทั้งหมดยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพต้นทาง บางครั้งภาพดูน่าสนใจมากกว่าตัวบทความ หรือพาดหัวถูกออกแบบเพื่อเรียกการแตะมากกว่าการให้ข้อมูล เมื่อแอปทำหน้าที่รวมเนื้อหา มันย่อมรับความไม่สม่ำเสมอของเว็บไซต์ต้นทางมาด้วย
การเปิดอ่านบทความภายนอกก็ยังไม่เป็นเนื้อเดียวกัน บางเว็บไซต์โหลดช้า มีโฆษณาหนาแน่น หรือบังคับให้สมัครสมาชิกก่อนอ่านต่อ ประสบการณ์ที่ดีในหน้ารวมจึงอาจสะดุดทันทีที่ผู้ใช้แตะเข้าไป นี่ไม่ใช่ความผิดของ Flipboard ทั้งหมด แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของแอปรวมข่าวที่ยังควบคุมปลายทางไม่ได้
อีกช่องว่างคือความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความเกี่ยวข้องของเนื้อหา หากผู้ใช้เลือกหัวข้อกว้าง ระบบอาจส่งเรื่องที่ซ้ำกันมากเกินไป หากเลือกแคบ ฟีดอาจเงียบจนไม่รู้สึกมีชีวิต การปรับแต่งจึงไม่ควรจบที่ปุ่มติดตามหรือเลิกติดตาม แต่ควรมีตัวควบคุมที่ละเอียดและเข้าใจง่ายกว่านั้น
หมวดนี้ยังต้องแก้ปัญหาการเข้าถึงด้วย ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว และการจัดวางแบบนิตยสารควรอ่านได้สำหรับผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม รวมถึงคนที่ต้องการตัวอักษรใหญ่ขึ้นหรือใช้เครื่องมืออ่านออกเสียง ความสวยงามไม่ควรเกิดจากการผลักผู้ใช้บางกลุ่มออกไปนอกประสบการณ์
ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ได้รับจริง
สำหรับผู้ใช้ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของ Flipboard คือการเปลี่ยนเวลาว่างสั้นๆ ให้กลายเป็นการอ่านที่มีคุณภาพขึ้น แทนที่จะเปิดแอปสังคมออนไลน์แล้วถูกพาไปตามอารมณ์ของกระแส เราสามารถเปิดดูหัวข้อที่ตั้งใจเลือก อ่านเรื่องหนึ่งจนจบ แล้วปิดแอปโดยไม่รู้สึกว่าพลาดอะไรไปทั้งโลก
ความเหนียวแน่นของแอปจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้เราอยู่ในนั้นนานที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้เราอยากกลับมาเพราะรู้สึกว่าได้อะไรกลับไป การค้นพบแหล่งข่าวใหม่ การเก็บบทความไว้ หรือการจัดนิตยสารเฉพาะเรื่องสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่เงียบกว่า แต่มั่นคงกว่าการแจ้งเตือนที่เร่งเร้า
ในทางกลับกัน ผู้ใช้ต้องยอมรับว่าการอ่านแบบนี้ต้องใช้ความตั้งใจมากกว่าฟีดข่าวด่วน หากต้องการรู้ทุกเหตุการณ์ทันที Flipboard อาจดูช้าหรือไม่ตรงจุด และหากความสนใจของเรากว้างมาก การคัดเลือกอาจต้องใช้เวลาปรับแต่งกว่าจะได้ฟีดที่พอดี แอปไม่ได้ลบภาระการเลือกออกทั้งหมด เพียงย้ายการเลือกมาอยู่ในรูปแบบที่เป็นระเบียบกว่า
นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ใช้กว่าการปล่อยให้ระบบตัดสินทุกอย่างเงียบๆ เพราะเรายังมีโอกาสกำหนดว่าต้องการอ่านโลกแบบไหน ความรับผิดชอบจึงถูกแบ่งกันระหว่างแอปกับผู้ใช้ และนั่นอาจเป็นรูปแบบที่ยั่งยืนกว่าสำหรับหมวดข่าว
อนาคตของหมวดนี้ไม่ควรแข่งกันที่ความดัง
อนาคตของแอปข่าวจะไม่ได้ตัดสินจากจำนวนแหล่งข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่จากความสามารถในการทำให้ข้อมูลจำนวนมากกลายเป็นความเข้าใจที่จัดการได้ Flipboard มีรากฐานเหมาะกับทิศทางนี้ เพราะมันเริ่มจากแนวคิดเรื่องนิตยสารส่วนตัว ไม่ใช่เพียงเครื่องจักรกระจายพาดหัว
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นต่อไปคือระบบที่อธิบายการคัดเลือกได้ดีขึ้น เครื่องมือสำหรับเปรียบเทียบหลายมุมมอง การสรุปบริบทโดยไม่กลบเสียงต้นฉบับ และการควบคุมความถี่ของข่าวที่ละเอียดกว่าเดิม แอปควรสนับสนุนการอ่านเชิงลึกโดยไม่ทำให้ผู้ใช้ต้องทิ้งความสะดวกของมือถือ
Flipboard อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน และไม่ควรพยายามเป็นเช่นนั้น คนที่ต้องการข่าวด่วนอาจเลือกแอปเฉพาะทาง คนที่ต้องการความเห็นจากชุมชนอาจไปอยู่บนเครือข่ายสังคม แต่สำหรับคนที่อยากรวบรวมความสนใจหลายด้านไว้ในพื้นที่เดียวและอ่านด้วยจังหวะของตัวเอง แอปนี้ยังมีเหตุผลชัดเจนที่จะอยู่บนหน้าจอ
บทสรุปของผมจึงไม่ใช่การประกาศว่า Flipboard ชนะคู่แข่งทั้งหมด แต่คือการยืนยันว่ามันช่วยยกระดับคำถามของทั้งหมวดได้ จากเดิมที่ถามว่าแอปไหนส่งข่าวเร็วที่สุด เราควรถามว่าแอปไหนช่วยให้เราอ่านอย่างมีสติและเข้าใจเรื่องราวได้มากขึ้น Flipboard:Your Social Magazine ยังมีข้อจำกัดเรื่องความสม่ำเสมอของแหล่งข่าว การอ่านต่อบนเว็บไซต์ภายนอก และการปรับแต่งที่ต้องใช้เวลา แต่แนวคิดหลักของมันถูกทาง: แอปข่าวที่ดีไม่ควรทำให้โลกดังขึ้นเรื่อยๆ ควรช่วยให้เราได้ยินสิ่งสำคัญชัดขึ้น





